เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินฯบุก ก.อุตสาหกรรม

เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินฯบุก ก.อุตสาหกรรม

เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินฯบุก ก.อุตสาหกรรม

รูปข่าว : เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินฯบุก ก.อุตสาหกรรม

เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินฯบุก ก.อุตสาหกรรม จี้ออกมาตรการเลิกใช้แร่ใยหินภายในสิ้นปีนี้ ตามมติครม. ก.อุตสาหกรรมเด้งรับ เตรียมเชิญตัวแทนผู้เกี่ยวข้องหารือ 19 พ.ย.ก่อนชงเรื่องเข้าครม. แจง “แร่ใยหิน” ตัวการก่อโรคมะเร็ง

 ที่กระทรวงอุตสาหกรรมเครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินประเทศไทย (T-BAN) กว่า 50 คน นำโดยนางสมบูรณ์ สีคำดอกแคตัวแทนสมาชิกสภาเครือข่ายผู้ป่วยแห่งประเทศไทยภายใต้เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินประเทศไทยเดินทางมายังกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้กระทรวงฯปฏิบัติตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 ซึ่งผ่านความเห็นชอบของครม. ตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. 2554 ในมาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน ภายในปี 2555 โดยมีนายไพบูลย์พิมพ์พิสิฐถาวร ที่ปรึกษา นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและนายพงศ์เทพ จารุอำพรพรรณ รองอธิบดีและรักษาการอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นผู้รับมอบหนังสือ

โดยนางสมบูรณ์ กล่าวว่าT-BAN จึงมีข้อเรียกร้องต่อกระทรวงอุตสาหกรรม คือ
1.เร่งรัดให้ยกเลิกการนำเข้าวัตถุดิบแร่ใยหินยกเลิกการผลิตและการจำหน่ายสินค้า ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินที่สามารถใช้วัตถุดิบอื่นทดแทนได้ภายในสิ้นปีนี้
2.ให้ยกเลิกการใช้แร่ใยหินในผลิตภัณฑ์5 ประเภท ได้แก่ กระเบื้องแผ่นเรียบ กระเบื้องยางปูพื้นผ้าเบรก และคลัทช์ ท่อซีเมนต์ใยหิน และกระเบื้องมุงหลังคา
3.ให้ปฏิบัติตามมติครม.เมื่อปี 2554 ในมาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน
และ4.ประชาสัมพันธ์อันตรายของแร่ใยหิน และวิธีป้องกันอันตรายให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึงเพื่อลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจและสุขภาพของแรงงานและประชาชน และในวันที่ 19-20พ.ย.นี้ที่โรงแรมเอเซีย ทางกลุ่ม T-BAN และ A-BAN ได้จัดเวทีการประชุมวิชาการเกี่ยวกับการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในเอเชียและทั่วโลกขึ้นด้วย

“มีงานวิชาการในหลายประเทศชี้ว่า แร่ใยหินเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดและมะเร็งปอดและส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงานและประชาชน ทำให้มีการยกเลิกการใช้การนำเข้าในประเทศต่างๆ อย่างไรก็ตาม จากมติ ครม. เห็นชอบให้ยกเลิกนำเข้าและผลิตแร่ใยหินภายในสิ้นปีนี้ แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบว่ากระทรวงอุตสาหกรรมมีการออกมาตรการรองรับเพื่อทำให้เกิดการยกเลิกนำเข้าการผลิต เพื่อลดการใช้แร่ใยหินในประเทศไทยตามที่มติครม.ประกาศไว้” นางสมบูรณ์ กล่าว

ด้านนายพงศ์เทพ จารุอำพรพรรณ รองอธิบดีและรักษาการอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังรับหนังสือเรียกร้องว่า เบื้องต้นกระทรวงอุตสาหกรรมจะเชิญตัวแทนผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อหารือและพิจารณาแนวทางการยกเลิกการนำเข้าแร่ใยหินภายในสิ้นปีนี้ ในวันที่ 19 พ.ย. นี้ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม จากนั้นจะสรุปความเห็นและเสนอกเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม มติครม.เมื่อปี 2554 เกี่ยวกับเรื่องแร่ใยหิน มี 5 ข้อ คือ 1.เห็นชอบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 ปี 2553 ที่ควรจัดการการฟุ้งกระจายของแร่ใยหินในวัสดุต่างๆที่หมดอายุการใช้งานในชุมชน
2.ห้ามนำเข้าแร่ใยหินไครโซไทล์และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินไครโซไทล์ที่ใช้วัตถุดิบอื่นหรือใช้ผลิตภัณฑ์อื่นทดแทนได้
3.ให้กระทรวงอุตสาหกรรมยกเลิกการนำเข้า ผลิตและจำหน่ายแร่ใยหินและผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบทุกชนิด
4.ให้กระทรวงการคลังตรวจสอบสาเหตุสินค้าที่ใช้วัตถุดิบอื่นเป็นส่วนประกอบแทนแร่ใยหินมีราคาสูงขึ้นเนื่องมาจากต้นทุนหรือการเพิ่มอัตราภาษีและ
5.ให้กระทรวงสาธารณสุขศึกษาผลกระทบของแร่ใยหินที่มีต่อสุขภาพของผู้ใช้แรงงานและผู้บริโภคที่ทำงานหรือใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับแร่ใยหิน


กลับขึ้นด้านบน