"ดีเอสไอ" เดินหน้าเปิดศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ

"ดีเอสไอ" เดินหน้าเปิดศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ

"ดีเอสไอ" เดินหน้าเปิดศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ

รูปข่าว : "ดีเอสไอ" เดินหน้าเปิดศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ

ศนธ.ยธ. ยื่นมือเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตรวจสอบข้อเท็จจริง เดินสายเผยแพร่ความรู้กฎหมายที่จำเป็นเบื้องต้น หลังพบข้อร้องเรียนส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมาย

 การผลักดันให้เกิดกระบวนการยุติธรรมขึ้นในสังคมอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก หากไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานหรือองค์กรของภาครัฐอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันความเดือดร้อนของประชาชนจะเพิ่มขึ้นหากคนผิดยังลอยนวล โดยเฉพาะในคดีที่มีความซับซ้อนพิสูจน์ได้ยาก ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.) จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นตาข่ายความยุติธรรมอีกชั้นหนึ่งที่จะทำให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่คำพูดนามธรรมที่ฟังดูดี

สำหรับชุดปฏิบัติการขับเคลื่อนภารกิจหลัก 3 ด้านของศูนย์ฯ ล้วนมีหัวขบวนมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการสำนัก ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ประกอบด้วยความไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ ปัญหาที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาความไม่เป็นธรรมในด้านอื่น ๆ ที่ร้องมายังศูนย์ช่วยเหลือประชาชนฯ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ผู้บริหารกระทรวงแต่ละระดับชั้นเห็นชอบและมอบหมายให้ศูนย์ฯดำเนินการ และต่อไปนี้คือบทพิสูจน์การทำงานของทีมปฎิบัติการเพื่อผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม

พ.ต.ท.วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เชี่ยวชาญด้านปัญหาหนี้สินภาคประชาชนโดยเฉพาะหนี้นอกระบบ พร้อมกับรับหน้าที่เลขานุการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ กล่าวถึงภารกิจจัดการปัญหาหนี้นอกระบบว่า หนี้นอกระบบเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสินภาคประชาชน และหนี้นอกระบบก็ทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา ภารกิจของศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ จึงเริ่มต้นขึ้นจากการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องหนี้นอกระบบ กลโกงของเจ้าหนี้ การยึดที่ดินทำกิน ด้วยการหาพยานหลักฐานมาสนับสนุนข้อมูลของลูกหนี้ ในการต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม คือเข้าไปสืบสวนค้นหาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลี่คลายคดีตามขั้นตอนและรวดเร็ว เชื่อว่าภารกิจของศูนย์ฯดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมเกิดความเป็นธรรมมากขึ้น

พ.ต.ท.วิชัย กล่าวว่า บทบาทของศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ ที่เข้าไปช่วยแก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมโดยเฉพาะปัญหาหนี้นอกระบบพบว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงิน โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินนอกระบบที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงกว่าและเสี่ยงต่อกลโกงรวมถึงการถูกทวงหนี้จากเจ้าหนี้ด้วยวิธีที่รุนแรง ด้วยการสนับสนุนสืบหาข้อเท็จจริงของฝ่ายลูกหนี้ในการต่อสู้คดี ประสานกองทุนยุติธรรมจัดหาปรึกษากฎหมาย และการให้ความรู้ทางกฎหมาย เพื่อให้รู้เท่าทันและเกิดความยุติธรรมทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้

พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเลขานุการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯด้านปัญหาที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ต.ท.ประวุธ ฯ กล่าวว่าการแก้ปัญหาที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการตรวจสอบการบุกรุกที่ดินและพื้นที่ป่าของรัฐจากนายทุนหรือผู้มีอิทธิพล จำเป็นต้องมีหลักฐานข้อมูลที่รัดกุม และมีความแม่นยำในข้อกฎหมายในแต่ละฉบับของเจ้าหน้าที่ด้วย ทำให้การทำงานของศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯเป็นไปอย่างเข้มข้น

โดยเฉพาะการช่วยเหลือในส่วนของกระบวนการ ในการใช้วิธีการเจรจาและทำความเข้าใจกับประชาชนในการพิสูจน์หลักฐานการครอบครองที่ดิน รวมทั้งการนำเทคโนโลยีอย่าง DSI MAP ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ในการตรวจสอบขอบเขตการครอบครองพื้นที่ในประเทศไทยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ที่สามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลในการตรวจสอบกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่า ขณะเดียวกันประชาชนทั่วไปยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น DSI MAP ช่วยในการทำงานส่งผลให้เกิดความแม่นยำทางข้อมูลมากยิ่งขึ้น

ด้านนายนิธิต ภูริคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเลขานุการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ ด้านปัญหาความไม่เป็นธรรมอื่น ๆ กล่าวว่า การแก้ปัญหาการไม่ได้รับความยุติธรรมในด้านอื่นๆ จะเน้นให้การช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ในปัญหาที่นอกเหนือจากหนี้นอกระบบและที่ดิน ซึ่งในคดีความต่างๆพบว่ามีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเรื่องอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก เช่น ในคดีแพะ ที่ผู้เสียหายเป็นเหยื่อถูกจับคุมขังในคดีอาญาโดยไม่ได้กระทำผิด ปัญหาทุจริตฉ้อโกง ถูกยึดทรัพย์ ยึดที่ทำกิน ปัญหาหนี้สินชาวนา ฯลฯ

นอกจากตรวจสอบข้อเท็จจริงทางศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯได้มีการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายองค์กรต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมที่ถูกต้อง

พ.ต.ท.วิชัย กล่าวว่า จากข้อมูลการร้องเรียนของประชาชนพบว่า ส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องการเป็นหนี้นอกระบบมากที่สุด โดยเฉพาะถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหนี้เงินกู้ที่เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด บางรายอาจถูกประทุษร้าย ซึ่งปัญหาดังกล่าวสืบเนื่องมาจากประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมาย และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

ดังนั้นในบางครั้งนอกจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดีแล้วยังจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้กฎหมายเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องให้กับผู้เสียหาย กลุ่มเสี่ยง และประชาชนทั่วไปได้เข้าใจมากขึ้น โดยเฉพาะข้อกฎหมายในการต่อสู้คดีเมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดี พร้อมทั้งรับฟังปัญหาจากภาคประชาชน เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาในระยะยาว โดยบูรณาการทำงานร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมทนายความ และองค์กรในแต่ละจังหวัดที่จะให้ความช่วยเหลือในกรณีต่างๆหากประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

นางอุมาพร แพรประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนช่วยอำนวยการและประชาสัมพันธ์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ กล่าวว่า ลำพังการช่วยเหลือในด้านติดตามจับกุมดำเนินคดีอาจช่วยได้ไม่มากนัก เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัดและการพิสูจน์ความผิดในการยุติคดีต้องใช้เวลา กิจกรรมให้ความรู้จึงเป็นการตัดตอนปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นและยั่งยืนกว่า

ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯจึงมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านกฎหมายโดยเน้นการกู้ยืมเงิน รวมถึงการออกไปแนะนำการใช้ DSI MAP ลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องทุกเดือนเคลื่อนที่ไปในจังหวัดต่าง ๆ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเผยแพร่ความรู้ และเป็นจุด One Stop Service ติดตามคดีและรับเรื่องร้องทุกข์ ให้คำแนะนำช่วยเหลือแก่ประชาชนเบื้องต้น

ศนธ.ยธ.เชื่อว่า หากประชาชนรู้เท่าทันกลโกงและมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของกฎหมายเบื้องต้น จะส่งผลให้ประชาชนรอดพ้นจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ

สำหรับผู้ที่เดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถติดต่อศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ ได้ที่โทร. 02-141-5440, 02-575-3344,02-575-3355 หรือ อีเมล ladvi@moj.go.th


กลับขึ้นด้านบน