ออมวัยเกษียณ..หลักประกันที่มั่นคง ท่ามกลางสังคมชราภาพในระยะต่อไป

ออมวัยเกษียณ..หลักประกันที่มั่นคง ท่ามกลางสังคมชราภาพในระยะต่อไป

ออมวัยเกษียณ..หลักประกันที่มั่นคง ท่ามกลางสังคมชราภาพในระยะต่อไป

รูปข่าว : ออมวัยเกษียณ..หลักประกันที่มั่นคง ท่ามกลางสังคมชราภาพในระยะต่อไป

ออมวัยเกษียณ..หลักประกันที่มั่นคง ท่ามกลางสังคมชราภาพในระยะต่อไป ประเด็นด้านการออมในระยะยาวเพื่อใช้ในยามเกษียณนั้น นับได้ว่ายังคงเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับประชากรวัยแรงงานที่ต้องให้ความสำคัญและตระหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

  เนื่องจากทิศทางของประชากรไทยสูงวัยหลังเกษียณอายุ (ซึ่งหมายถึง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป) ถูกคาดหมายว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 10-20 ปีข้างหน้า รวมทั้งประชากรวัยชรายังคงมีแนวโน้มที่จะต้องเลี้ยงดูตนเองเพียงลำพังมากขึ้น อันเป็นภาพตอกย้ำว่าสังคมไทยนั้นกำลังก้าวเข้าสู่สังคมชราภาพ (Aging Society) อย่างแท้จริง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับประเด็นดังกล่าว จึงทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งผลสำรวจให้ภาพที่สะท้อนว่า แม้แรงงานส่วนใหญ่จะตระหนักถึงความสำคัญของการออมเพื่อเกษียณ แต่การตั้งเป้าหมายเงินออมหลังเกษียณของแรงงานส่วนใหญ่น่าจะยังคงไม่เพียงพอต่อการรองรับค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานในยามชรา หมายความว่า แรงงานคงจำเป็นต้องออมเงินเพิ่มเติม ซึ่งแนวทางที่สามารถดำเนินการได้นั้น แรงงานอาจพิจารณาเลือกขยายสัดส่วนการส่งเงินสะสมของลูกจ้างในแต่ละเดือนสำหรับการออมภาคบังคับ/ภาคสมัครใจ การขยายระยะเวลาการเกษียณอายุการทำงานให้นานขึ้น รวมไปถึงการแสวงหารายได้เพิ่มเติมจากอาชีพอื่นๆ ที่เหมาะสมกับสุขภาพและความสามารถของตน โดยเฉพาะเพื่อรับมือในยามเกษียณจากงานประจำ ซึ่งคงจำเป็นต้องมีวินัยในตนเองประกอบด้วย

สำหรับแรงงานบางกลุ่มที่มีเงินออมอยู่แล้วนั้น เพื่อให้เงินออมงอกเงย การรู้จักผลิตภัณฑ์ทางการเงิน น่าจะช่วยตอบโจทย์ด้านการออมเพื่อเกษียณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินก็มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายให้เลือกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิต กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพและกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ท่ามกลางแรงจูงใจของภาครัฐผ่านการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย

ทั้งนี้ คาดว่าหากแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบต่างมีการวางแผนทางการเงินและจัดสรรการใช้เงินในช่วงที่อยู่ในวัยแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้วนั้น จะทำให้การตอบโจทย์ภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหลังเกษียณคงจะเป็นไปอย่างไม่ยากมากนัก ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้แรงงานสามารถก้าวเข้าสู่วัยเกษียณอายุได้อย่างมั่นคงและมั่นใจมากขึ้นแล้ว ก็ยังส่งผลดีต่อสังคมในภาพรวมทั้งการลดปัญหาเชิงสังคมและเศรษฐกิจได้ในระยะยาวอีกด้วย


กลับขึ้นด้านบน