ดุลอำนาจเอเชียเปลี่ยนสหรัฐฯคานอำนาจจีน

ดุลอำนาจเอเชียเปลี่ยนสหรัฐฯคานอำนาจจีน

ดุลอำนาจเอเชียเปลี่ยนสหรัฐฯคานอำนาจจีน

รูปข่าว : ดุลอำนาจเอเชียเปลี่ยนสหรัฐฯคานอำนาจจีน

ดุลอำนาจเอเชียเปลี่ยนสหรัฐฯคานอำนาจจีน การเดินทางมาร่วมประชุมกลุ่มอาเซียนของประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ครั้งนี้ หมายความว่าสหรัฐฯในฐานะชาติมหาอำนาจ ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศ หันมาให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง โดยปัจจัยหลักที่เป็นแรงผลักดันก็คงหนีไม่พ้นการเปลี่ยนดุลอำนาจในโลกเนื่องจากการยกสถานะก้าวขึ้นสู่ความเป็นชาติมหาอำนาจของจีน ซึ่งสหรัฐฯในฐานะผู้รั้งตำแหน่งชาติมหาอำนาจอยู่ในเวลานี้ จึงมีความจำเป็นต้องเข้ามาคาน

เช้าวันนี้ประธานาธิบดีโอบาม่าพร้อมคณะจะเดินทางไปเยือนพม่า ซึ่งถือเป็นการเยือนพม่าครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐขณะดำรงตำแหน่ง โดยล่าสุด รัฐบาลพม่าได้จัดแจงการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ณ บริเวณมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ซึ่งประธานาธิบดีโอบาม่าจะมากล่าวสุนทรพจน์ที่ศูนย์ประชุม

นายโอบาม่าจะอยู่ในพม่าประมาณ 6 ชั่วโมง โดยจะมีการพบหารือกับประธานาธิบดีเต็งเส่ง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ริเริ่มการปฏิรูปประเทศพม่าในรอบกว่า 50 ปี นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโอบาม่าก็จะเข้าพบหารือนางอองซานซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตย และผู้นำฝ่ายค้าน

หลังเสร็จสิ้นการเยือนพม่า ประธานาธิบดีโอบาม่า และคณะจะเดินทางไปร่วมประชุมสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนในกรุงพนมเปญของกัมพูชา ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโอบาม่าไม่มีกำหนดพบหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีฮุน เซน

สหรัฐฯเคยเข้ามาใช้ภูมิภาคอาเซียนเป็นฐานปิดล้อม และต่อต้านการแผ่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ทั้งจากจีน และอดีตสหภาพโซเวียต แต่หลังพ่ายแพ้สงครามเวียดนาม สหรัฐฯได้ผละจากภูมิภาคอาเซียนไปเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน

ในประวัติศาสตร์สากลด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการเมืองระหว่างประเทศ โลกจะมีกลไกชาติมหาอำนาจ หรือกลุ่มชาติมหาอำนาจเป็นตัวขับเคลื่อน ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา และความก้าวหน้าของการพัฒนา จะทำให้มีการเปลี่ยนดุล

มองได้ว่าการหวนกลับมาหาภูมิภาคอาเซียนอีกครั้งในครั้งนี้ สหรัฐฯได้ปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศอีกครั้ง เพื่อชิงพื้นที่กลุ่มอาเซียนให้กลับมาเป็นฐานคาน หรือดุลอำนาจจีนในยุคใหม่ ซึ่งกำลังถีบตัวยกสถานะก้าวขึ้นสู่ความเป็นชาติมหาอำนาจของโลก


กลับขึ้นด้านบน