นักท่องเที่ยวโปรตุเกสผันตัวเป็นจิตอาสา โพสต์เฟซฯ รับเงินบริจาคช่วยเนปาล

นักท่องเที่ยวโปรตุเกสผันตัวเป็นจิตอาสา โพสต์เฟซฯ รับเงินบริจาคช่วยเนปาล

นักท่องเที่ยวโปรตุเกสผันตัวเป็นจิตอาสา โพสต์เฟซฯ รับเงินบริจาคช่วยเนปาล

รูปข่าว : นักท่องเที่ยวโปรตุเกสผันตัวเป็นจิตอาสา โพสต์เฟซฯ รับเงินบริจาคช่วยเนปาล

นักท่องเที่ยวโปรตุเกสผันตัวเป็นจิตอาสา โพสต์เฟซฯ รับเงินบริจาคช่วยเนปาล พบ 2 นักท่องเที่ยวโปรตุเกส ผันตัวเป็นผู้ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล อาศัยการโพสต์เฟซบุ๊กรับบริจาคเงินเพื่อซื้อสิ่งของจำเป็น ก่อนแจกจ่ายให้ชาวบ้านโดยตรงกว่า 1 หมื่นคน ขณะที่ชาวบ้านชานกรุงกาฐมาณฑุใช้มือเปล่ากู้ซากบ้านเรือนเพื่อหาอุปกรณ์ดำรงชีพ เหตุยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ

วันนี้ (7 พ.ค. 58) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าล่าสุด การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาลพบว่า แม้เวลาผ่านไปกว่า 2 สัปดาห์ แต่การรักษาและดูแลผู้บาดเจ็บยังเข้าไม่ถึงทุกพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคระบาด ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวโปรตุเกส 2 คน ผันตัวเองเป็นผู้ประสานความช่วยเหลือผ่านการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กขอรับบริจาคเงิน ก่อนนำไปซื้อสิ่งของจำเป็น แล้วส่งต่อให้นักธุรกิจท้องถิ่นนำไปมอบให้กับผู้ประสบภัย ที่ปัจจุบันมีจำนวนไม่น้อยต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวชาวโปรตุเกสทั้ง 2 คน เดินเข้าประเทศเนปาลเพียง 1 วันก่อนเกิดแผ่นดินไหว และจนถึงขณะนี้ พวกเขานำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปมอบให้กับชาวเนปาลประมาณ 1,500 ครอบครัว ช่วยเหลือชาวเนปาลได้ประมาณ 10,000 คน

ขณะที่ชาวเนปาลหลายคนในหมู่บ้านบริเวณชานกรุงกาฐมาณฑุ พยายามใช้มือเปล่ากู้ซากปรักหักพังออกจากบ้านของตัวเอง เพื่อเข้าไปหยิบสิ่งของมีค่ารวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ทำมาหากิน เพื่อหาเงินมาใช้ดำรงชีวิต เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินช่วยจากรัฐบาล

ด้านแพทย์ของศูนย์รักษากระดูกขนาดใหญ่ที่สุดของเนปาล ในกรุงกาฐมาณฑุ ระบุว่า สถานการณ์การดูแลรักษาผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากแผ่นดินไหวยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากมีคนไข้มากถึง 200 คน รอรับการรักษาอยู่ด้านนอกโรงพยาบาลเวลานาน เนื่องจากทางศูนย์ฯ มีเตียงรองรับผู้บาดเจ็บได้เพียง 100 คนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการของจำนวนผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บที่คาดว่าจะมีเพิ่มในอนาคต

ส่วนองค์กรพัฒนาเอกชน ฮาบิเทท ฟอร์ ฮิวแมนนิตี้ เนปาล กังวลว่า การให้ผู้ประสบภัยอาศัยอยู่ในเต็นท์ชั่วคราวที่แออัดและขาดสุขอนามัย อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูมรสุม และยังทำให้การแพร่ของโรคระบาดอย่างอหิวาตกโรคและวัณโรคเกิดขึ้นได้ง่าย

 


กลับขึ้นด้านบน