ตรวจสอบเส้นทาง-การแฝงตัวขบวนการล่าสัตว์ป่าเเก่งกระจาน

ตรวจสอบเส้นทาง-การแฝงตัวขบวนการล่าสัตว์ป่าเเก่งกระจาน

ตรวจสอบเส้นทาง-การแฝงตัวขบวนการล่าสัตว์ป่าเเก่งกระจาน

รูปข่าว : ตรวจสอบเส้นทาง-การแฝงตัวขบวนการล่าสัตว์ป่าเเก่งกระจาน

ตรวจสอบเส้นทาง-การแฝงตัวขบวนการล่าสัตว์ป่าเเก่งกระจาน การสอบสวนคดีจับผู้ต้องหาลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ล่าสุดคดีนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งฟ้อง แต่หากย้อนกลับไปดูที่มาของการลักลอบล่าสัตว์ป่าคดีนี้ มีข้อมูลที่ถูกเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ระบุว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหาใช้วิธีการแฝงเป็นนักท่องเที่ยวเที่ยวป่า จึงอาจไม่มีใครผิดสังเกต ก่อนพบว่าทำความผิดล่าสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติ

ภาพที่ดูเหมือนเป็นกิจกรรมปกติของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เป็นหลักฐานที่ทำให้เห็นวิธีการแฝงตัวไปในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ภาพวิดีโอถูกบันทึกจากสมาชิกในกลุ่มผู้ต้องหาขณะกำลังซ่อมแซมเรือก่อนล่องไปในลำห้วย เพื่อเข้าไปในอุทยานแห่งชาติฯ


 

หลังจากเข้าไปในป่าเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ชายกลุ่มนี้ก็ถูกควบคุมตัวเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 10 พฤศจิกายน พร้อมกับถูกยึดของหลักฐาน เช่น ซากสัตว์ป่า อุปกรณ์จับสัตว์ เเละปืน ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกตั้งข้อหาร่วมกันทำผิด เช่น พกพาอาวุธปืน ครอบครอง เเละล่าสัตว์ป่าสงวน หรือ สัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต


 

ข้อสันนิษฐานของชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานเเห่งชาติเเก่งกระจาน สอดคล้องกับสภาพเเวดล้อม หลังจากมีชาวบ้านพบเห็นกลุ่มนายพรานนำเรือล่องขึ้นไปตามลำห้วยเเม่ประโดนในวันเกิดเหตุ การล่องเรือในเส้นทางที่คดเคี้ยวเเละเเคบ จึงเป็นไปได้ยากที่คนนอกพื้นที่จะสามารถทำได้

ท่าเรือบ้านท่าลิงลม เป็นจุดเเรกที่กลุ่มนายพรานนำรถยนต์เข้าไปจอด หลังจากผ่านด่านเจ้าหน้าที่ทหารค่ายรบพิเศษที่ 1 จากนั้นทั้งหมดจึงลงเรือของชาวบ้านเเล่นไปตามเเม่น้ำเพชรบุรี ผ่านบ้านประตูผี ก่อนเลี้ยวเข้าสู่ห้วยเเม่ประโดน ย้อนลำน้ำขึ้นไปตั้งเเคมป์ในป่าลึก

ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานเเห่งชาติเเก่งกระจาน บอกว่า ได้ข้อมูลเบาะแสจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่อุทยานฯกว่า 30 คน จึงเเกะรอยติดตามนายพรานกลุ่มนี้ถึง 2 วัน จากนั้นจึงได้วางกำลังปิดล้อม เเละเข้าใกล้พื้นจุดตั้งเเคมป์ให้มากที่สุด ก่อนควบคุมตัวทั้ง 9 คน พร้อมกับยึดของกลาง


 

ทั้งนี้ ฤดูกาลหนาว เป็นช่วงที่นายพรานนิยมเข้าไปล่าสัตว์ ป่าเเก่งกระจานมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์ป่าหลายชนิด ความร่วมมือของชาวบ้าน ใกล้เคียงพื้นที่อุทยานแห่งชาติ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยรักษาระบบนิเวศของผืนป่าเเก่งกระจาน

ล่าสุด คดีนี้ การสอบสวนทางวินัย พ.ต.ท.ธีระยุทธ เกตุมั่งมี สารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปราณบุรี ยังไม่สรุป เนื่องจากต้องรอผลสรุปผล คดีอาญา เพื่อนำมาใช้ประกอบการพิจารณาสอบสวนทางวินัย ส่วนคดีอาญา ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อส่งฟ้อง


กลับขึ้นด้านบน