อาชีพซักผ้าที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษของโดบีซู

อาชีพซักผ้าที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษของโดบีซู

อาชีพซักผ้าที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษของโดบีซู

รูปข่าว : อาชีพซักผ้าที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษของโดบีซู

อาชีพซักผ้าที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษของโดบีซู แม้ไม่ใหญ่เท่าโดบีกาต ลานซักผ้าที่กลายเป็นจุดท่องเที่ยวในอินเดีย แต่โดบีซู ที่มัณฑะเลย์ สหภาพพม่า ก็มีวิถีไม่แตกต่างในการเป็นชุมชนรับจ้างซักผ้า พวกเขาถูกเรียกว่ากุลี มีอาชีพนี้ทั้งหมู่บ้าน

สมาชิกหมู่บ้านโดบีซูกำลังขะมักเขม้นกับงานซักผ้า ทุกวันตั้งแต่ตี 5-6 โมงเย็น ลานซักผ้าของชุมชนไม่เคยว่างจากภารกิจ นี่คืออาชีพเดียว ที่ตกทอดกันมาหลายชั่วอายุคนนับตั้งแต่บรรพบุรุษจากไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย อพยพมาเป็นแรงงาน และอาศัยที่นี่ ช่วงอังกฤษปกครองพม่า

โดบีซู เป็นหมู่บ้านเล็กๆ กลางเมืองมัณฑะเลย์ มีสมาชิกราว 50 ครอบครัว ทุกคนมีอาชีพรับจ้างซักผ้า ทุกวันผ้าแทบทุกชนิดในมัณฑะเลย์จะถูกส่งมาที่นี่ ทั้งเสื้อผ้าชุดแต่งกาย ผ้าปูโต๊ะในร้านอาหาร ไปจนถึงผ้าปูที่นอนตามโรงแรมขนาดใหญ่ คิดราคาตามขนาด และเนื้อผ้า แต่ละครอบครัวจะหมุนเวียนมาทำงานที่ลานซักผ้าของชุมชน เพียงสบู่ และผงซักฟอกถ้าให้ดีต้องเป็นยี่ห้อหนึ่งจากเมืองไทย ก็สามารถขจัดคราบสกปรกได้โดยการซักด้วยมือ และทุบผ้า

โควิน สมาชิกหมู่บ้านโดบีซูคุ้นเคยกับงานซักผ้ามาตั้งแต่จำความได้เขาบอกว่า คนในหมู่บ้านทุกคนไม่เคยประกอบอาชีพอื่น นอกจากรับจ้างซักผ้าเพียงอย่างเดียว และพอใจกับงานที่ทำสืบทอดจากบรรพบุรุษ แม้รายได้จะไม่มาก แต่ก็พออยู่ได้อย่างไม่ขัดสน

ที่โดบีซู อาชีพรับจ้างซักผ้าไม่ต่างอะไรจากมรดกของชุมชน ชาวบ้านที่นี่ยังถูกเรียกว่ากุลี เนื่องมาจากงานที่ทำ ทุกวันนี้แต่ละครอบครัวมีรายได้ประมาณวันละ10,000 จั๊ต หรือราว 400 บาท โดยชุมชนต้องจ่ายค่าน้ำให้กับรัฐเดือนละ 250,000 จั๊ต หรือ 10,000 บาท การเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวทำให้มีปริมาณผ้าที่ต้องซักรีดเพิ่มสูงขึ้น ผืนผ้าน้อยใหญ่ถูกแขวนบนราวอย่างเป็นระเบียบ ตลอดทางเข้าสู่หมู่บ้าน เป็นภาพชีวิตที่สืบทอดกันมาเนิ่นนาน และคงเป็นเช่นนี้ตราบที่ชุมชนโดบีซู ยังทำหน้าที่รับจ้างซักผ้า


กลับขึ้นด้านบน