เปิดโครงสร้าง"องค์การพิทักษ์สยาม"

เปิดโครงสร้าง"องค์การพิทักษ์สยาม"

เปิดโครงสร้าง"องค์การพิทักษ์สยาม"

รูปข่าว : เปิดโครงสร้าง"องค์การพิทักษ์สยาม"

เปิดโครงสร้าง ศาลปกครองนัดแถลงข่าวรับคำร้องวินิจฉัยการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม เข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่ ในวันพรุ่งนี้ ( 22 พ.ย.) ขณะที่ อพส.ยืนยันว่า จะดำเนินการตามคำวินิจฉัยทุกประการ แต่ย้ำว่าการชุมนุมเป็นสิทธิโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

การชุมนุมของ อพส. ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ มีภาคีเครือข่ายที่จะเข้าร่วมชุมนุมไม่น้อยกว่า 50 องค์กร ภายใต้โครงสร้างคณะกรรมการบริหารจัดการ อพส. รวม 18 คน ขณะที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี เปิดเผยว่า อพส.เป็นองค์การความร่วมมือระหว่างนายทหารระดับสูงกับนักการเมือง ซึ่งมีเจตนาร้ายต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
                                               
วันพรุ่งนี้ เวลา 14.00 น.องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะออกนั่งบัลลังก์เพื่อพิจารณาคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม หรือ อพส. ของนายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย และจะวินิจฉัยคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา และ นายหนึ่งดิน วิมุตตินันท์ ตัวแทนกลุ่มองค์การพิทักษ์ประชาธิปไตย ประกอบกัน เนื่องจากเป็นข้อสังเกตเดียวกัน

ทั้งนี้ศาลจะไต่สวน โดยเชิญ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ มาชี้แจง เนื่องจากเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเร่งด่วน ก่อนที่จะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป
                                     
ขณะที่การชุมนุมของ อพส.ในวันที่ 24 พ.ย.จากที่ก่อนหน้านั้นมีข้อมูลที่บุคคลในรัฐบาลออกมาเปิดเผยและวิเคราะห์การชุมนุมของ อพส. เพราะก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่า อสพ.เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวเดียวกับกลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลนายสมัคร สนุทรเวช,นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร,เป็นกลุ่มที่ได้รับทุนสนับสนุนจากภาคเอกชนและเป็นกลุ่มที่มีผู้ร่วมลงขันกัน 6,000 ล้านบาท
                                   
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อพส. เป็นกลุ่มความร่วมมือกัน ระหว่างทหารสูงอายุกับกลุ่มการเมือง ที่มีเจตนาร้ายต่อบ้านเมือง ซึ่งหวังจะให้เกิดเหตุวุ่นวายและยืดเยื้อ เพื่อให้สถานการณ์นำไปสู่การปฏิวัติพลเรือน หรือ ปฏิวัติประชาชน พร้อมระบุว่า ขณะนี้แกนนำของ อพส.กำลังขัดแย้งช่วงชิงความเป็นผู้นำ ซึ่งเห็นได้ว่า พล.อ.บุญเลิศ ไม่ใช่แกนนำตัวจริง แต่เป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น
                                      
ขณะที่ พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี โฆษก อพส. แถลงแสดงความพร้อมที่จะดำเนินการตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีมีผู้ร้องให้วินิจฉัยสั่งให้ อพส.ยกเลิกการชุมนุม เนื่องจากเข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 แต่ยืนยันว่า อพส.ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ว่า สิทธิในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

สำหรับโครงสร้าง อพส. มีคณะกรรมการ รวม 18 คน ซึ่งมี พล.อ.บุญเลิศ เป็นประธาน และมีนายสมพจน์ ปิยะอุย, พล.ร.อ.เอกชัย สุวรรณภาพ และพล.อ.ณัฐชัย เพิ่มทรัพย์ รองประธาน

มีกรรมการกิตติมศักดิ์ 4 คน คือ ศ.ปราโมทย์ นาครทรรพ, ไพศาล พืชมงคล, นพ.อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง ,นายประสิทธิ์ ไชยทองพันธ์ มีกรรมการ 7 คน นายวรินทร์ เทียมจรัส, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, นายวิรัตน์ รัตนชาติ, นายสุภนิจ รัตนกาญจน์, นายปิยะนุช นาคคง, น.ส.ขนิษฐา กิจเชวง และมีนายเกรียงศักดิ์ เหล็กกล้า เป็นกรรมการและผู้ประสานงาน, นายนันทิวัฒน์ สามารถ เป็นกรรมการและเลขานุการ และ น.ส.สุนิสา โสรัยยะ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
                                   
อพส.นัดชุมนุมครั้งแรกที่สนามม้านางเลิ้ง ภายใต้ชื่องานว่า"รวมพลคนทนไม่ไหว หยุดวิกฤติและหายนะชาติ" โดยมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมกว่า 50 องค์กร และครั้งนั้นมี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ,พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์,ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์,นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์,รศ.ย์เสรี วงษ์มณฑาและ รศ.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ เข้าร่วมด้วย

ส่วนการชุมนุมครั้งนี้ พล.ร.อ.พระจุณณ์ ตามประทีป คนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ยอมรับว่า ให้การสนับสนุนและจะเข้าร่วมด้วย


กลับขึ้นด้านบน