“ในหลวง” เสด็จฯ ทอดพระเนตรโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

“ในหลวง” เสด็จฯ ทอดพระเนตรโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

“ในหลวง” เสด็จฯ ทอดพระเนตรโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

รูปข่าว : “ในหลวง” เสด็จฯ ทอดพระเนตรโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

“ในหลวง” เสด็จฯ ทอดพระเนตรโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วานนี้ (26 พ.ย.)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ลงจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช วานนี้ (26 พ.ย.) เมื่อเวลา 14.57 น. เพื่อประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

เมื่อเวลา 15.13 น. เสด็จพระราชดำเนินถึงโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ทอดพระเนตรการดำเนินงานของโครงการฯ ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2504 หลังจากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ด้วยมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพด้านการเกษตร เพื่อเป็นโครงการตัวอย่างให้เกษตรกรที่สนใจเข้าศึกษา อาทิ "โรงโคนม" ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดตั้งเมื่อปี 2505 เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงโคนม ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาชีพพระราชทาน โดยทำการศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงโคนม รวมทั้งการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์โคนมที่เหมาะสมกับประเทศไทย

ปัจจุบันเลี้ยงโคนมพันธุ์โฮสไตล์ ฟรีเซียน ซึ่งเกิดจากการผสมเทียม เป็นวัวเพศเมีย จำนวน 43 ตัว สามารถรีดนมได้ทั้งหมด 16 ตัว โดยน้ำนมดิบที่รีดได้จะนำไปแปรรูปที่ศูนย์รวมนมเพื่อผลิตเป็นนมพาสเจอร์ไรส์ ส่วนวัวเพศผู้จะนำเข้าโครงการโคพระราชทานเพื่อมอบให้แก่ราษฎรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ต่อไป โอกาสนี้ พระราชทานหญ้าแก่วัวในโรงโคนม เนื่องจากเป็นช่วงเวลาการให้หญ้าและรีดนม โดยหญ้าที่ใช้เลี้ยงโคเป็นหญ้าขนและหญ้าเนเปียร์พันธุ์ปากช่อง 1 ซึ่งปลูกอยู่ในสวนจิตรลดา

จากนั้น ทอดพระเนตรการรีดนมวัวซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูง แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโรงนมยูเอชที ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด และเป็นแหล่งความรู้ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ ในการเรียนรู้การผลิตนมยูเอชทีจากนมโคสดแท้ ปัจจุบันสามารถผลิตนมยูเอชทีรสจืด ทั้งนมโรงเรียน และนมพาณิชย์ ทั้งในบรรจุภัณฑ์แบบกล่อง และแบบถุง รวม 20,000 ลิตรต่อวัน และทอดพระเนตรบ้านพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีเซลล์แสงอาทิตย์ติดตั้งอยู่บนหลังคาสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า มีกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงสุด 2,250 วัตต์ สามารถแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าใช้ในครัวเรือนได้ ปัจจุบันภายในบ้านพลังงานแสงอาทิตย์ยังใช้เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพิพิธภัณฑ์โรงช้างต้น สวนจิตรลดา ทอดพระเนตรช้างปั้นซึ่งมีลักษณะพิเศษ 4 ตระกูล ประกอบด้วย ตระกูลอัคนิพงศ์ , วิษณุพงศ์ ,อิศวรพงศ์ และพรหมพงศ์ โดยมีพระราชดำริให้กรมศิลปากรนำลักษณะพิเศษบางส่วนของพระเศวตอดุลยเดชพาหนซึ่งเป็นหนึ่งในช้างเผือกประจำรัชกาลมาเป็นต้นแบบ แล้วจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์รูปปั้นและเรื่องราวของช้างสำคัญประจำรัชกาลต่าง ๆ ในราชวงศ์จักรี เพื่ออนุรักษ์อาคารโรงช้างต้นและเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องช้างต้นกับพระมหากษัตริย์ไทย


กลับขึ้นด้านบน