เครือข่ายเยาวชนรณรงค์ "ลอยกระทง" ปลอดเหล้า

เครือข่ายเยาวชนรณรงค์ "ลอยกระทง" ปลอดเหล้า

เครือข่ายเยาวชนรณรงค์ "ลอยกระทง" ปลอดเหล้า

รูปข่าว : เครือข่ายเยาวชนรณรงค์ "ลอยกระทง" ปลอดเหล้า

เครือข่ายเยาวชนรณรงค์ เครือข่ายเยาวชนเรียกร้องกระทรวงศึกษาธิการควบคุมการทำกิจกรรม CSR บริษัทเหล้า และร้านเหล้ารอบสถานศึกษาอย่างเข้มงวด ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ขณะเดียวกัน ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ประเพณีลอยกระทงปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลังผลสำรวจพบว่าวันลอยกระทง วัยรุ่นเสี่ยงถูกล่วงละเมิดทางเพศ มากกว่าเทศกาลวันวาเลนไทน์ และสงกรานต์

ตัวแทนมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนาออกรณรงค์เนื่องในกิจกรรม "ดื่มไม่ลอย...ไม่เสี่ยง ล่วงละเมิดทางเพศ" เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ ตระหนักถึงความสำคัญในการสืบสานประเพณีลอยกระทงโดยปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หลังผลสำรวจกลุ่มวัยรุ่น 1,000 คน อายุระหว่าง 15 - 25 ปี พบถึงร้อยละ 40 ที่ระบุว่า เทศกาลลอยกระทง มีโอกาสนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นมากที่สุด ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงมากกว่า วันวาเลนไทน์ วันสงกรานต์ และวันขึ้นปีใหม่ ขณะที่วัยรุ่นถึงร้อยละ 82 นิยมดื่มสุราในวันลอยกระทง เพราะบรรยากาศควรดื่ม และเพิ่มโอกาสการมีเพศสัมพันธุ์ ส่วนร้อยละ 61 เห็นว่าการดื่มสุราเป็นปัจจัยสำคัญที่เสี่ยงถูกล่วงละเมิดทางเพศ

เครือข่ายเยาวชนยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่จัดงานอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการจัดงานในสถานที่ราชการในต่างจังหวัด เช่น มหาวิทยาลัย โรงเรียน สวนสาธารณะ และไม่ควรแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น การเฝ้าจับผิดโรงแรมม่านรูดในวันลอยกระทง เพราะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร

ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุว่า เทศกาลลอยกระทง เป็นช่วงที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ และอัตราการเจ็บป่วยฉุกเฉินมากเป็นอันดับต้นๆ ของปี โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ ซึ่งมักเกิดในเด็กอายุ 10 - 14 ปี รองลงมาคืออันตรายจากการจมน้ำและตกน้ำ เนื่องจากผู้คนเบียดเสียดและการลงน้ำไปเก็บเงินในกระทง ดังนั้นผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ตัวแทนเยาวชนได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อนายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เร่งผลักดันมาตรการควบคุมร้านเหล้ารอบสถานศึกษาให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว พร้อมออกประกาศไปยังสถานศึกษาไม่ให้รับการสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR จากบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท และสถานศึกษาต้องสร้างความเข้าใจถึงพิษภัย และกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยอมรับว่าการจัดโซนนิ่งร้านเหล้าทำได้ยาก จึงต้องขอความร่วมมือจากตำรวจกวดขันอย่างเคร่งครัด และอาจทบทวนข้อยกเว้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา


กลับขึ้นด้านบน