“กังนัม สไตล์” เทรนด์ใหม่ ”แอนตี้ เค-ป๊อบ” ดัง ไม่ต้องหล่อ ก็สวนกระแสโลกได้

“กังนัม สไตล์” เทรนด์ใหม่ ”แอนตี้ เค-ป๊อบ” ดัง ไม่ต้องหล่อ ก็สวนกระแสโลกได้

“กังนัม สไตล์” เทรนด์ใหม่ ”แอนตี้ เค-ป๊อบ” ดัง ไม่ต้องหล่อ ก็สวนกระแสโลกได้

รูปข่าว : “กังนัม สไตล์” เทรนด์ใหม่ ”แอนตี้ เค-ป๊อบ” ดัง ไม่ต้องหล่อ ก็สวนกระแสโลกได้

“กังนัม สไตล์” เทรนด์ใหม่ ”แอนตี้ เค-ป๊อบ” ดัง ไม่ต้องหล่อ ก็สวนกระแสโลกได้ กระแสเพลงกังนัม สไตล์ (gangnam style) ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก มียอดผู้ชมในยูทูปล่าสุดมากกว่า 834 ล้านคนแล้ว แม้ ”ไซ” นักร้องที่ไม่หล่อเหลา และหุ่นดีเป๊ะเหมือนนักร้องเกาหลีส่วนใหญ่ แต่จุดเริ่มต้นความนิยมของเขามาจากโซเชียลมีเดีย .....โดย พุทธพงศ์ สิงหนุต

และคืนวันลอยกระทง 28 พฤศจิกายนนี้ "ไซ" เจ้าของท่าเต้น กังนัม สไตล์ เหินฟ้ามาโชว์ พร้อมการแสดงที่ดังกระหึีมไปทั่วโลก ซึ่งได้เปิดแสดงบนเวทีดังๆ ระดับฮอลลีวู้ดมาแล้ว เขาเหินฟ้ามาในช่วงสายวันเดียวกันนี้ เพื่อ เปิดคอนเสิร์ต "กังนัมสไตล์ ไทยแลนด์ เอ็กตร้าไลฟ์"  จัดที่ริมทะเลสาบ เมืองทองธานี 

กระแสความดัง ชนิดที่เจ้าตัวคงไม่คาดมาก่อน เพราะเคยออกอัลบั้มมาก่อนหน้า แต่ยังไม่ดังเท่าเวลานี้ ถือว่าโชคไม่เข้าใครออกใคร "ไซ" หรือชื่อเต็มว่า ปาร์ค แจ ซัง ก็กลายเป็นดิ ไอดอล ให้คนไม่ต้องหล่อ ไม่ได้เกิดมาสวย ...มีความหวัง กับฝีมือ ผสมกับโชคหนุนด้วย 

แต่จะดังได้อย่างไร? และฝ่ากระแสคนสวย คนหล่อได้อย่างไร? ฟังคำสนทนาของนักวิชาการด้านวัฒนธรรม ถึงความผกผันที่เกิดในวงการบันเทิงของเกาหลีครั้งนี้

ซึ่ง ผศ.ดร.ฐิตินัน บุญภาพ คอมมอน อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเพลงและวัฒนธรรม คุยให้ "ไทยพีบีเอสเว็บไซต์" ฟังว่า ไซ กับเพลงกังนัม สไตล์ เป็นเหมือนแอนตี้เคป๊อบ (Anti K-Pop)  คือคำว่า แอนตี้ ไม่ได้หมายถึง การต่อต้านหรือนัยยะ เกลียดชังเสมอไป

แต่หมายความว่า ในสิ่งทีเกิดตรงกันข้าม กับกระแสเคป๊อบ นั่นก็คือ เมื่อวงการเพลงเกาหลีถึงจุดสูงสุดแล้ว เมื่อเกิดรูปแบบที่แตกต่าง เช่นที่ ไซทำเพลงออกมาก็หักสไตล์เคป๊อบ ด้วยคุณลักษณะ อ้วนๆแบบนี้ กับท่าเต้นที้่บางคนอาจมองว่าน่าเกลียดนั้น เป็นการฉีกแนว ประเภทแปลก และแตกต่าง ก็ทำให้ดังได้

ซึ่งลักษณะที่แอนตี้ ป๊อบเคาน์เจอร์ (Anti Pop Culture) โดยหักมุม เปลี่ยนกระแสความนิยมก็เคยเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นมาแล้วเช่นกัน  เพราะว่าแวดวงบันเทิง กับกระแสเจ ป๊อบ (J-Pop) ซึ่งเคยเฟื่องฟูมากในประเทศไทย แต่พอทุกอย่างถึงจุดสูงสุด มันก็อิ่มตัว คนเริ่มเบื่อกับเพลงป๊อบมิวสิคของญี่ปุ่น แต่สิ่งที่เข้ามาเป็นแอนตี้ เจ-ป๊อบก็คือ เพลงฮิพฮอพ เข้ามาสไตล์ ปรับรสนิยม เลยมองว่า ไซกับเพลงกังนั มสไตล์ เป็นเหมือน แอนตี้ เค-ป๊อบ ที่ปรับเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการเพลงเกาหลีว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

รูปแบบของกังนัม สไตล์ เป็นเพลงที่มีจังหวะสนุก ฟังแล้วติดหู ฟังแล้วก็อยากขยับเนื้อตัวตามไปด้วย แต่จุดหนึ่งที่ทำให้ไซกับเพลงกังนัม สไตล์ดังมาก ก็คงต้องยกให้เป็นเรื่องของ โซเชียลมีเดีย เพราะทั้งดาราฮอลลีวู้ดหรือนักการเมืองก็เอาไปพูดต่อๆ กัน กดแชร์ส่งต่อให้กัน ทั้งเอาไปทวีตต่อในทวิตเตอร์ กลายเป็นที่มาของกระแสนิยม

แต่โซเชียลมีเดียไม่ใช่สื่อเดียวที่ทำให้ไซดัง เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ที่คนเอาไปพูดถึงในรายการทีวี, บนเวทีการปราศรัยในรัฐสภาของอังกฤษ พอมีคนพูดถึง แล้วยิ่งพูดกันมากๆ คนที่ไม่ใช้โซเชียลมีเดีย มาได้ยินเข้า ก็ตามเข้าไปดู  มันก็คือการโปรโมท สนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งออฟไลน์และออนไลน์

แต่ทั้งนี้พอเพลงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีการพูดถึงกันปากต่อปาก ก็จะมีผลกระทบต่อสังคมทั้งด้านดีและไม่ดี ที่เห็นกันในข่าวทั่วไป ซึ่งผศ.ดร.ฐิตินัน มองว่าเพลงมันเป็นสุนทรีย์ศาสตร์อย่างหนึ่ง มนุษย์ฟังเพลงเพื่อความบันเทิง สนุกสนาน กรณีที่มีข่าวตีกันยิงกัน เพราะเพลงกังนัมสไตล์ ขึ้นอยู่กับคนเอาเพลงไปใช้ว่า ใช้ในทางที่ดีหรือไม่ดี ด้วยเพลงมีอิทธิพลอย่างมากมายในชีวิต ทำให้คนรักกัน เกลียดกันก็ได้ อยู่ที่คนเอาไปใช้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเพลง แต่ถ้าฟังเพลงไป เต้นกังนัมไป กินเหล้าไป ก็แน่นอนอยู่แล้ว ผลมันออกมาไม่ดี จะทำให้ดีในเชิงสร้างสรรค์ก็ได้ เช่น การประกวดเต้นกังนัมสไตล์สร้างจิตสำนึกสาธารณะ การจัดประกวดเลยการร้องเพลง การเต้นกังนัม แบบไทยๆ แต่มีคอนเซ็ปต้องสร้างจิตสำนึกสาธารณะ

“กระแสกังนัมสไตล์ที่กำลังฟีเวอร์อย่างถล่มทลายอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นจากความนิยมของประชาชนจำนวนมาก หรือจะเรียกว่า วัฒนธรรมประชานิยม คงไม่ผิดนัก แต่ยังมีจุดที่ต้องมองต่อไปก็คือวัฒนธรรมประชานิยมเหล่านี้มักจะไม่ยั่งยืน มาเร็วและไปเร็ว ซึ่งศิลปินจะต้องพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆเพื่อตอบสนองความนิยมของประชาชน “ ผศ.ดร.ฐิตินัน ระบุ

ดังนั้นอนาคตของไซ อยู่ที่ตัวเขาจะเร่งพัฒนาผลงาน โดยจะหวังใช้ท่าเต้นควบม้าเต้นอยู่กับที่ซึ่งคงเป็นไปได้ยาก ซึ่งต้องยอมรับว่าเพลงกังนัมสไตล์ฟัง 2-3 ครั้งก็อาจจะเบื่อแล้ว โดยแนวทางที่ไซกำลังพยายามปรับปรุงอยู่ก็คือการไปจับมือกับศิลปินดังอย่าง “จัสติน บีเบอร์” ที่มียอดผู้ชมในยูทูปสูงไม่แพ้กัน มาจับมือร่วมกันทำงานในค่ายเพลงเดียวกัน ซึ่งต้องรอดูต่อไปว่า จะมีผลงานเพลงออกมาในรูปแบบใด และจะสามารถสร้างกระแสที่ถล่มทลายแบบเพลงกังนัมสไตล์ได้หรือไม่

“ไม่แน่ว่าเพลงใหม่ของไซ อาจจะทำมาแบบเหนือความคาดหมายก็ได้ ซึ่งเราเห็นศิลปินบางคนที่อยู่มาได้เป็นทศวรรษ แต่ก็ยังมีสไตล์ส่วนตัวของเขาอยู่ และเราก็เห็นว่าเขาก็มีการพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ” ผศ.ดร.ฐิตินัน กล่าวทิ้งท้าย


กลับขึ้นด้านบน