สรุปอภิปรายรอบดึกระหว่าง "รัฐบาล-ฝ่ายค้าน"

สรุปอภิปรายรอบดึกระหว่าง "รัฐบาล-ฝ่ายค้าน"

สรุปอภิปรายรอบดึกระหว่าง "รัฐบาล-ฝ่ายค้าน"

รูปข่าว : สรุปอภิปรายรอบดึกระหว่าง "รัฐบาล-ฝ่ายค้าน"

 สรุปอภิปรายรอบดึกระหว่าง ย้อนกลับไปที่การอภิปรายเมื่อคืนนี้ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน สรุปญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคล 3 คน โดยย้ำในแต่ละกรณีที่มีการอภิปรายตลอดทั้ง 3 วัน พร้อมปฏิเสธเจตนาของฝ่ายค้านที่เดินหน้ากลเกมทางการเมือง เพื่อล้มรัฐบาล และชี้ว่า รัฐบาลจะล้มด้วยตัวเอง หากยังคงมีพฤติกรรมและพฤติการณ์ 5 กรณี ที่จะนำไปสู่ความเสื่อมถอยของการบริหารราชการแผ่นดิน

ขณะที่นายกรัฐมนตรีอภิปรายสรุปยืนยันมุ่งมั่นทำงาน แก้ปัญหาของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยและต่างประเทศ พร้อมกับการเสริมสร้างประชาธิปไตยให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และจะรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้อยู่คู่กับประเทศต่อไปอย่างมั่นคง ก่อนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน

ไล่เรียงประเด็นที่ถูกอภิปรายและปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านทุกกรณีนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าแนวนโยบายของรัฐบาลไม่ได้ก่อให้เกิดการทุจริต ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ เอื้อพวก ญาติ พี่น้องหรือเพื่อตัวเอง แต่มุ่งทำงานตามแนวนโนยบายที่แถลงต่อรัฐสภาทุกประการ ก่อนชี้แจงเพิ่มเติมในแต่ละกรณีปัญหา ทั้งโครงการรับจำนำข้าว ที่ย้ำถึงเจตนารมณ์เพื่อประโยชน์ของเกษตรกร และพร้อมจะเดินหน้าแก้ปัญหาการทุจริตในโครงการ

ส่วนประเด็นปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะการตั้งคณะกรรมการ กปต.จชต. เพื่อทำหน้าที่บูรณาการการทำงานให้เกิดเอกภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อผลักดันแนวปฏิบัติให้เกิดรูปธรรม

ขณะที่งานด้านการเมืองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธพฤติการณ์เอื้อประโยชน์ให้คนใกล้ชิด หรือ เลือกปฏิบัติ และย้ำถึงการบริหารราชการที่ต้องทำเป็นทีม ไม่มีเจตนาลอยตัวอยู่เหนือปัญหา ก่อนสรุปปิดท้าย ด้วยการขอความร่วมมือฝ่ายค้าน ในการร่วมทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนด้วย

ขณะที่ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน อภิปรายสรุปญัตติ โดยระบุว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ละเว้นการทำหน้าที่ไม่ดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยเหตุต้องคำพิพากษาในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดา

ส่วนเหตุที่ไม่ไว้วางใจพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คือ การแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการ และประเด็นความไม่โปร่งใสในอนุมัติโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือ

พล.ต.ท.ชัชจ์กุล ดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในอดีต ไม่ได้รับความไว้วางใจ เพราะพฤติการณ์เชื่อมโยงกับการทุจริตหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการขุดลอกร่องน้ำ

ก่อนสรุปประเด็นไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีด้วยเหตุละเลยการบริหาร จนกลายเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริตเพื่อตนเองและครอบครัว รวมทั้งล้มเหลวในการแก้ปัญหาของประเทศ พร้อมปฏิเสธข่าวกรณีฝ่ายค้านเป็นหนึ่งในแผนบันได 5 ขั้นเพื่อล้มรัฐบาล แต่ชี้ว่ารัฐบาลจะล้มด้วยตัวเอง หากยังยับยั้งเหตุแห่งความเสื่อมถอยในการบริหาร 5 ประการ นั่นคือ การทุจริต ปล่อยปะละเลย ไร้วุฒิภาวะผู้นำในสภาผู้แทนราษฎร์ ขาดวุฒิภาวะในความเป็นประชาธิปไตย

การอภิปรายสรุปเริ่มต้นตั้งแต่ 21.00 น. แต่ด้วยถ้อยคำบางถ้อยคำที่สอดแทรกอยู่ในการอภิปรายของผู้นำทั้ง 2 ฝ่าย เป็นเหตุให้เกิดการประท้วงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอภิปรานสรุปญัตติไม่ไว้วางใจของนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ ถูกส.ส.พรรคเพื่อไทย ประท้วงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นคำเสียดสี ดูหมิ่น ไม่เหมาะสม แต่ท้ายที่สุด ประธานในการประชุม ก็สามารถควบคุมและไกล่เกลี่ยปัญหาให้การประชุมสิ้นสุดลงได้ เมื่อเวลา 23.50 น.


กลับขึ้นด้านบน