"รสนา" เรียกร้องรัฐบาลทำประชาพิจารณ์ก่อนลอยตัวแอลพีจี

"รสนา" เรียกร้องรัฐบาลทำประชาพิจารณ์ก่อนลอยตัวแอลพีจี

"รสนา" เรียกร้องรัฐบาลทำประชาพิจารณ์ก่อนลอยตัวแอลพีจี

รูปข่าว : "รสนา" เรียกร้องรัฐบาลทำประชาพิจารณ์ก่อนลอยตัวแอลพีจี

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯเรียกร้องให้รัฐบาลทำประชาพิจารณ์ก่อนการปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี เนื่องจากสังคมไม่ได้รับความยุติธรรม

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ อภิปรายทั่วไปรัฐบาล โดยไม่ลงมติ ในส่วนของการบริหารงานของกระทรวงพลังงานใน 2 กรณีคือ การให้สัมปทานในการสำรวจแหล่งพลังงานกับภาคเอกชนโดยมีส่วนแบ่งที่ไม่เป็นธรรมให้กับรัฐบาล รวมถึงการปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีที่อาจไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้ก๊าซแอลพีจีในภาคครัวเรือนซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากกว่า หากเทียบกับการใช้ก๊าซภาคอุตสาหกรรมจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากกว่า จากการปรับขึ้นราคาดังกล่าว

ทั้งนี้ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทำประชาพิจารณ์ก่อนการปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีเนื่องจากสังคมไม่ได้รับความยุติธรรม รวมถึงแก้ไขส่วนแบ่งรายได้จากการออกสัมปทานแหล่งพลังงานใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลสูญเสียรายได้กว่า

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่าการประกาศราคาก๊าซแอลพีจีตามตลาดไม่ทำให้เกิดการบิดเบือนราคา ทั้งนี้ พร้อมรับคำแนะนำในการจัดสรรส่วนแบ่งการออกสัมปทานแหล่งพลังงานใหม่ โดยพร้อมจะนำข้อมูลไปหารือกับกรมเชื้อเพลิงพลังงาน รวมถึงยังพร้อมเชิญ น.ส.รสนา เข้าให้ข้อมูลดังกล่าวที่กระทรวงพลังงานด้วย และยังกล่าวว่าการทำสัมปทานปิโตรเลียมจะมีรายได้จากค่าภาคหลวงปิโตรเลียม ผลตอบแทนพิเศษ และภาษีปิโตรเลียมทำให้รัฐบาลได้ประโยชน์จากรายได้ถึง 1.74 ล้านล้านบาท

รมว.พลังงาน กล่าวเสริมว่า ในช่วงปี 2545 ถึงปัจจุบัน รัฐบาลมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ร้อยละ 55-60 โดยภาคเอกชนจะได้รับประโยชน์อยูที่ประมาณร้อยละ 45


กลับขึ้นด้านบน