กลุ่มอ้างตัวเป็นชาวตำบลคลองขนาน ลอบเผาที่พักกลุ่มไร้ที่ทำกิน จ.กระบี่ รอบ 2

กลุ่มอ้างตัวเป็นชาวตำบลคลองขนาน ลอบเผาที่พักกลุ่มไร้ที่ทำกิน จ.กระบี่ รอบ 2

กลุ่มอ้างตัวเป็นชาวตำบลคลองขนาน ลอบเผาที่พักกลุ่มไร้ที่ทำกิน จ.กระบี่ รอบ 2

รูปข่าว : กลุ่มอ้างตัวเป็นชาวตำบลคลองขนาน ลอบเผาที่พักกลุ่มไร้ที่ทำกิน จ.กระบี่ รอบ 2

กลุ่มอ้างตัวเป็นชาวตำบลคลองขนาน ลอบเผาที่พักกลุ่มไร้ที่ทำกิน จ.กระบี่ รอบ 2 กลุ่มที่อ้างตัวเป็นชาวตำบลคลองขนานได้บุกเข้าเผาที่พัก และทรัพย์สินของกลุ่มเกษตรกรสิทธิชุมชนไร้ที่ดินทำกิน ที่ปักหลักอาศัยในสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งหมดสัญญาสัมปทานกับกรมป่าไม้ ในอำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เป็นรอบที่ 2 ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสั่งระดมกำลังกว่า 800 นาย เพื่อระงับเหตุ

ชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นชาวตำบลคลองขนาน กว่า 400 คน ฝ่ากำลังตำรวจ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กว่า 400 นาย บุกเข้าไปรื้อถอนทำลายทรัพย์สินของกลุ่มสิทธิชุมชนไร้ที่ดินทำกิน ภายในสวนปาล์มน้ำมันหมดสัมปทานของ บริษัทกระบี่รวมภัณฑ์ บริเวณบ้านคลองหวายเล็ก ตำบลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เป็นเหตุให้ที่พักถูกเผาเสียหายกว่า 20 หลัง รถยนต์ และรถจักรยานยนต์เสียหาย รวม 5 คัน

โดยตลอดทั้งวันของเมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) กลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธ เตรียมบุกเข้าไปภายในสวนปาล์ม แต่ถูกเจ้าหน้าที่ขัดขวาง จนเมื่อช่วงบ่ายมีความพยายามที่จะลอบไปทางด้านข้าง เข้าทำลายทรัพย์สินเสียหายบางส่วน ก่อนถูกผลักดันออกนอกพื้นที่ และบุกเข้าไปทำลายอีกครั้งเมื่อช่วงใกล้ค่ำ ล่าสุดมีการระดมเจ้าหน้าที่จากเดิม 400 นาย เพิ่มเป็น 800 นาย เพื่อระงับเหตุ

ตัวแทนตำบลคลองขนาน อ้างว่า การเข้ามาของชาวบ้านจากต่างถิ่นอาจเกิดปัญหาตามมาในอนาคต และเห็นว่า หากรัฐบาลมีนโยบายจัดสรรที่ดินให้กับคนจนจริง ผู้ได้รับสิทธิ์ก่อนควรเป็นเจ้าของพื้นที่

ส่วนฝ่ายแกนนำกลุ่มเกษตรกรสิทธิชุมชนไร้ที่ดินทำกิน อ้างว่า กลุ่มชายฉกรรจ์เป็นเพียงคนงานสวนปาล์มน้ำมันของบริษัทเอกชน ที่มีนักการเมืองท้องถิ่นเป็นอยู่เบื้องหลัง

สำหรับพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมบ้านคลองขนาน เคยให้สัมปทาน ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่รวมภัณฑ์ ทำสวนปาล์มน้ำมัน กว่า 1,000 ไร่ และสัมปทาน หมดลงเมื่อปี 2545 ทำให้กลุ่มเรียกร้องที่ทำกิน 500 คนเข้าจับจองเพราะหวังได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน เพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้เร่งนำที่ดินมาจัดสรรให้กับคนจน ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2546

เมื่อ 3 เดือนก่อน นายประยุทธ หล่อสุวรรณศิริ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ต้องเดินทางลงพื้นที่ไปเจรจาด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันว่า จะเร่งนำเรื่องเสนอต่อรัฐบาล ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวจากหลายจังหวัดเดินทางไปร่วมลงชื่อแล้วกว่า 12,000 คน


กลับขึ้นด้านบน