“FCTC” ชี้ บริษัทยาสูบต้องรับผิดในส่วนประกอบที่ทำลายสุขภาพในสินค้าตัวเอง

“FCTC” ชี้ บริษัทยาสูบต้องรับผิดในส่วนประกอบที่ทำลายสุขภาพในสินค้าตัวเอง

“FCTC” ชี้ บริษัทยาสูบต้องรับผิดในส่วนประกอบที่ทำลายสุขภาพในสินค้าตัวเอง

รูปข่าว : “FCTC” ชี้ บริษัทยาสูบต้องรับผิดในส่วนประกอบที่ทำลายสุขภาพในสินค้าตัวเอง

“FCTC” ชี้ บริษัทยาสูบต้องรับผิดในส่วนประกอบที่ทำลายสุขภาพในสินค้าตัวเอง เป็นครั้งแรกที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาควบคุมยาสูบครั้งที่ 5 มีมติตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เพื่อไปศึกษาแง่มุมด้านกฎหมายแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน เนื่องจากเห็นว่าส่วนประกอบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ยาสูบทำลายสุขภาพ ดังนั้นบริษัทยาสูบจะต้องรับผิดในสินค้าของตัวเอง

การควบคุม และเปิดเผยส่วนประกอบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ยาสูบ เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลทราบว่าสารประกอบที่ผลิตภัณฑ์ยาสูบมีชนิดใดบ้าง และมีพิษภัยต่อร่างกายอย่างไร ซึ่งที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาควบคุมยาสูบ (FCTC) ครั้งที่ 5 เห็นชอบแนวปฏิบัติเพิ่มเติมในมาตรา 9 และมาตรา 10 ที่ให้บริษัทยาสูบจะต้องเปิดเผยส่วนประกอบของยาสูบต่อหน่วยงานของรัฐ รวมถึงหีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบจะต้องใส่ข้อมูลสารประกอบที่เป็นพิษภัยบนซองบุหรี่ ขณะเดียวกันภาครัฐจะต้องใหข้อมูลและทำความเข้าใจถึงส่วนประกอบที่เป็นพิษภัยให้กับประชาชนได้รับทราบ

ปัญหาการฟ้องร้องระหว่างบริษัทยาสูบกับรัฐบาล หรือ รัฐบาลฟ้องบริษัทยาสูบ เนื่องจากเห็นว่าบุหรี่ทำลายสุขภาพ ดังนั้นบริษัทยาสูบจะต้องรับผิดต่อสินค้าที่ทำลายสุขภาพ เป็นปัญหาที่ถกเถียงกันมาหลายครั้ง แต่การประชุม FCTC ครั้งนี้ ได้มีมติเห็นชอบเป็นครั้งแรกในมาตรา 19 ว่าด้วยการรับผิด โดยเสนอให้ตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจำนวน 18 คน ซึ่งเป็นตัวแทนภูมิภาคละ 3 คน ไปศึกษาข้อกฎหมายความรับผิดของบริษัทยาสูบทุกแง่มุม เนื่องจากกฎหมายแต่ละประเทศแตกต่างกัน ก่อนที่จะเสนอในที่ประชุม FCTC ครั้งที่ 6 ในอีก 2ปีข้างหน้า

แม้ว่าอัตราการสูบบุหรี่ในหลายประเทศ อาจยังไม่ลดลง หรือลดลงบ้างแต่ยังไม่มากนัก เป็นสิ่งที่ต้องหารือถึงมาตรการแนวทางต่างๆ ในการที่จะป้องกันและควบคุมยาสูบ ไม่เพียงผูู้สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่มือสองเท่านั้นที่จะมีมาตรการออกมา ผู้ที่มีอาชีพปลูกใบยาสูบเอง ก็ถูกนำมาหารือถึงแนวทางการปลูกพืชทดแทนยาสูบ รวมถึงการคุ้มครองสุขภาพผู้ปลูกใบยาสูบและสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับสถานการณ์อนาคตที่อาจจะมีคนสูบบุหรี่น้อยลง หรือแม้แต่ผู้ปลูกใบยาสูบ ที่อาจต้องการเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น เช่นประเทศบราซิล ผู้ปลูกใบยาสูบหันไปปลูกอ้อย และผู้ปลูกใบยาสูบในมาเลเซีย หันไปปลูกปอ

สำหรับการควบคุมและป้องกันบุหรี่ไร้ควัน และบุหรี่ไฟฟ้า ที่ประชุม FCTC ครั้งที่ 5 ยังไม่ได้ข้อสรุปแนวทางที่ชัดเจน เพราะยังมีหลายประเทศยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน จึงจะต้องตั้งคณะทำงานไปศึกษารายละเอียดอีกครั้ง ก่อนเสนอในการประชุมครั้งที่ 6 ในอีก 2ปีข้างหน้า


กลับขึ้นด้านบน