พสกนิกรเริ่มจับจองพื้นที่รอรับเสด็จฯ "ในหลวง" พรุ่งนี้-ทีมถ่ายทอดสด "ไทยพีบีเอส" เตรียมพร้อมเต็มที่แล้ว

พสกนิกรเริ่มจับจองพื้นที่รอรับเสด็จฯ "ในหลวง" พรุ่งนี้-ทีมถ่ายทอดสด "ไทยพีบีเอส" เตรียมพร้อมเต็มที่แล้ว

พสกนิกรเริ่มจับจองพื้นที่รอรับเสด็จฯ "ในหลวง" พรุ่งนี้-ทีมถ่ายทอดสด "ไทยพีบีเอส" เตรียมพร้อมเต็มที่แล้ว

รูปข่าว : พสกนิกรเริ่มจับจองพื้นที่รอรับเสด็จฯ "ในหลวง" พรุ่งนี้-ทีมถ่ายทอดสด "ไทยพีบีเอส" เตรียมพร้อมเต็มที่แล้ว

พสกนิกรเริ่มจับจองพื้นที่รอรับเสด็จฯ ทีมงานสื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่ถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในวันพรุ่งนี้ ( 5 ธ.ค.) ต่างเตรียมพร้อมเต็มที่แล้ว

   

ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาจับจองตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมาเพื่อให้สามารถเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้อย่างใกล้ชิดมากที่สุด แม้จะเคยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายปีก่อน แต่นางสมควร อร่ามเจริญ ชาวจังหวัดขอนแก่น เป็น 1 ในหลายคน ที่เดินทางมาค้างคืนที่นี่ในคืนนี้ ( 4 ธ.ค.) เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมถวายพระพรชัยมงคล

ขณะที่การเตรียมความพร้อมสถานที่ค่อนข้างสมบูรณ์แล้วทั้งการติดตั้งจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้ประชาชนรับชมการถ่ายทอดสดได้อย่างทั่วถึงการเปิดศูนย์บริการพยาบาลทั้งสองฝั่งของลานพระราชวังดุสิต และ การแจกจ่ายธงตราสัญลักษณ์และธงชาติให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน

นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชนจำนวนมากติดตามทำข่าวงานพระราชพิธีทั้งในส่วนของการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และสื่อมวลชนทั่วไป ต่างวางแผนเพื่อให้การถ่ายทอดงานพระราชพิธีเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ โดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส รับผิดชอบถ่ายทอดสดบริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่จะได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด

      

พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้ประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อกำชับและซักซ้อมแผนปฎิบัติสำหรับงานพระราชพิธีในวันพรุ่งนี้ ( 5 ธ.ค.) เพื่อย้ำในการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพตั้งแต่เริ่มงานจนเสร็จสิ้นภารกิจ โดยได้มีการแจ้งปิดเส้นทางโดยรอบเพื่อความเรียบร้อย คือ ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ได้มีการปิดถนนอู่ทองใน ถึงลานพระบรมรูปทรงม้า

จากนั้นเวลา 05.00 น.ะเริ่มปิดเส้นทางเพิ่มเติม 4 เส้นหลัก คือ ถนนศรีอยุธยา ตั้งแต่แยกวัดเบญจมพิตร ผ่านลานพระบรมรูป ถึงแยก พล.1 รอ. , ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกพาณิชยการ สะพานชมัยมรุเชฐ แยกมิสกวัน ถึงแยกวังแดง , ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่แยกสวนมิสกวัน ถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์ , ถนนกรุงเกษม ตั้งแต่สะพานมัฆวานรังสรรค์ถึงแยกประชาเกษม และ แยกมัฆวานรังสรรค์ถึง แยก จ.ป.ร.

สำหรับจุดห้ามจอดรถโดยเด็ดขาดตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้ ( 4 ธ.ค.) ไปจนเสร็จสิ้นพระราชพิธี คือ ถนนสุโขทัย, ถนนสวรรคโลก ถึงแยกมัฆวาน, ถนนราชวิถี ตั้งแต่แยกราชวิถี ถึงถนนสามเสน , ถนนศรีอยุธยา ถึงตัดถนนสวรรคโลก กับถนนสามเสน, ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกยมราช ถึงสวนมิสกวัน, ถนนกรุงเกษม ตั้งแต่ถนนหลานหลวง ถึงถนนสามเสน

   

ส่วนถนนพระราม5 ตั้งแต่ถนนพระราม 5 ตัดสุโขทัยถึงพระราม 5 ตัดราชวิถี, ถนนสวรรคโลก ตั้งแต่ถนนยมราชถึงถนนสุโขทัย แยกอู่ทองใน แยกขัตติยานี สะพานมัฆวาน แยก จปร. ผ่านฟ้า, ถนนราชสีมา ลานพระบรมรูปทรงม้า และบนถนนราชดำเนินทั้งหมด

สำหรับจุดให้บริการจอดรถคือ ที่เชิงสะพานพระราม 8, เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า, ทางลงทางด่วนยมราช หรือ ด่วนอุรุพงศ์, ถนนกำแพงเพชร 5 , ลานจอดรถโรงปูน, ถนนกำแพงเพชร 2, ลานจอดรถ บช.ภ.1, ถนนกำแพงเพชร 6, ถนนพุทธมณฑลสาย 1, ถนนราชพฤกษ์, ถนนพุทธมณฑลสาย, และถนนกาญจนาภิเษก

ส่วนหมายกำหนดการณ์พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา5 ธันวาคม 2555 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกมหาสมาคมเวลา ประมาณ 10.30 น. จากนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะถวายพระพรในนามราชวงศ์และราชสกุล ต่อด้วยนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้แทนของคณะรัฐมนตรี ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชนทุกหมู่เหล่า ประธานศาลฎีกา และผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวนำทหารรักษาพระองค์กล่าวสัตย์ปฏิญาณ จบแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานกระแสพระราชดำรัส และเสด็จพระราชดำเนินกลับ

สำหรับพระราชพิธีในช่วงค่ำพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในการบำเพ็ญพระราชกุศลภายในพระบรมมหาราชวัง และ เวลาประมาณ 19.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำข้าราชการ และประชาชนทุกหมู่เหล่าจุดเทียนชัยถวายพระพรบริเวณท้องสนามหลวง


กลับขึ้นด้านบน