ดัชนีเศรษฐกิจโลก ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาฟื้นแล้ว

ดัชนีเศรษฐกิจโลก ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาฟื้นแล้ว

ดัชนีเศรษฐกิจโลก ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาฟื้นแล้ว

รูปข่าว : ดัชนีเศรษฐกิจโลก ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาฟื้นแล้ว

ดัชนีเศรษฐกิจโลก ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาฟื้นแล้ว ไตรมาสที่ 3 ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 1.1% และหากเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปีที่แล้ว ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 4.4%

 นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยถึงราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาว่า ไม่ใช่เป็นดัชนีสำคัญของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา แต่ยังหมายรวมถึงเศรษฐกิจของโลกโดยรวมอีกด้วย เพราะเมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาฟื้นตัว ก็แสดงถึงกำลังซื้อสินค้าจากทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นด้วย ข่าวดีก็คือตอนนี้ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาฟื้นตัวอย่างชัดเจนแล้ว

ผลการศึกษาขององค์กรการเงินเคหะการแห่งสหรัฐอเมริกา (Federation Housing Finance Agency) ล่าสุดพบว่าในไตรมาสที่ 3 ของปีพ.ศ.2555 ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 1.1% และหากเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปีที่แล้ว ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 4.4% ซึ่งน้อยกว่ากรุงเทพมหานครที่เพิ่มขึ้น 5% เพียงเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าที่ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาฟื้นตัวอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามยังมีอุปสรรคของการเพิ่มขึ้นของราคาบ้าน อันได้แก่ รายได้ที่ยังไม่เพิ่มขึ้นมากนักของครัวเรือนในสหรัฐอเมริกา อัตราการว่างงานที่ยังสูงอยู่ ซึ่งทำให้กำลังซื้อไม่เพิ่มขึ้น รวมทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจระดับมหภาค ยิ่งกว่านั้นจำนวนบ้านที่ถูกยึดขายทอดตลาดยังมีอยู่จำนวนมหาศาล ดังนั้นยังคงต้องใช้เวลาอีกนับปีจึงจะสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา

สำหรับการเปลี่ยนแปลงราคาบ้านรายเดือน ล่าสุดพบว่า เดือนกันยายนราคาบ้านเพิ่มขึ้นกว่าเดือนสิงหาคม 0.2% และเพิ่มขึ้นเกือบทุกภูมิภาคของสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนกันยายน พ.ศ. 2555 ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นโดยตลอด ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมามีเพียงภูมิภาคนิวอิงแลนด์ ที่ราคาบ้านยังลดลง 0.5% ภูมิภาคนี้ได้แก่ มลรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาอันได้แก่ นิวเจอร์ซี่ นิวยอร์ค คอนเนกติกัต โรดไอแลนด์ แมสซาชูเซตส์ เมน เวอร์มอนต์ และ นิวแฮมเชียร์

สำหรับภูมิภาคอื่นโดยเฉพาะภูมิภาคเทือกเขา เช่น โคโลราโด ราคาเพิ่มขึ้นถึง 10.3% มอนทานา แม้แต่ภูมิภาคแปซิฟิค เช่น มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ราคายังเพิ่มขึ้นถึง 7.6% และมลรัฐทางภูมิภาคแอตแลนติคใต้ อันนำโดย ฟลอริดา ราคาก็เพิ่มขึ้น 4.9% ท้องสองภูมิภาคนี้ แต่เดิมราคาตกต่ำมากเป็นพิเศษ

ราคา ณ เดือนกันยายน 2555 มีราคาเท่ากับราคาเมื่อเดือนมิถุนายน 2547 หรือประมาณ 34เดือนก่อนถึงสุดสูงสุดเมื่อเดือนเมษายน 2550 ถ้าเทียบราคาบ้านในวันนี้กับเดือนมกราคม 2543 จะพบว่าราคาเพิ่มขึ้น 2.6% ซึ่งแสดงว่าเพิ่มขึ้นน้อยมาก ทั้งนี้ก็เพราะตั้งแต่เดือนเมษายน 2550 จนถึงเดือนมกราคม2554 ราคาบ้านตกต่ำมาแทบจะโดยตลอด

หากพิจารณาเป็นรายนครที่สำคัญในสหรัฐอเมริกา จะพบว่า นครฟิลาเดลเฟีย ราคาเพิ่มขึ้น 26.2% รองลงมาได้แก่ นครฮูสตัน นครไมอามี นครโอคแลนด์ นครแอตแลนตา มลรัฐจอร์เจียทั้งหมดนี้เป็นนครที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดรอบ 1 ปีที่ผ่านมาถึง 8.5% อย่างไรก็ตามยังมีบางนครที่ราคายังตกต่ำอยู่ แต่ก็มีเป็นจำนวนน้อย และตกต่ำลงไม่มากนัก

ภาพโดยรวมก็คือราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาอยู่ในช่วงฟื้นตัว โดยในรอบปี พ.ศ.2554 ทั้งปีราคาค่อนข้างทรงตัว แต่พอมาในปี พ.ศ.2555 ราคากลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แม่จะยังไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างหวือหวามากนัก แต่ก็สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างเด่นชัดของราคาบ้านในสหรัฐอเมริกา การนี้ถือว่าเป็นดัชนีที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่ควรจับตามองอย่างใกล้ชิด

การฟื้นตัวของตลาดบ้านในสหรัฐอเมริกานี้ เป็นดัชนีสำคัญที่ชี้ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากำลังฟื้นตัวด้วยเช่นกัน แม้จะยังมีอุปสรรคอีกหลายประการที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในช่วงเฉพาะหน้านี้ก็ตาม แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจะมีความสดใสย่อมจะเห็นได้ชัดเจนในอนาคต

หากเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากระเตื้องขึ้น ก็ย่อมทำให้กำลังซื้อสินค้าจากทั่วโลกมีมากขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทยของเรา ดังนั้นในอนาคตน่าจะมีกลุ่มนักลงทุน นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น อย่างไรก็ตามไทยเราก็ยังต้องขยายตลาดไปยังภูมิภาคอื่นทั่วโลก เพื่อแสวงหาโอกาสและกระจายความเสี่ยงในการลงทุนต่อไป

ประเทศไทยอาจชักชวนนักลงทุนจากสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกมาลงทุนในอุตสาหกรรมแขนงต่าง ๆ โดยการให้เช่าที่ดินเพื่อการประกอบการระยะยาว 50 ปี ในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว โดยให้เช่าระยะยาว 30 ปี โดยทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความมั่นใจของนักลงทุน และไม่เปิดโอกาสให้มีการทุจริตในหมู่เจ้าหน้าที่ของทางราชการ


กลับขึ้นด้านบน