ไฟฟ้าดับที่เกาะสมุย-พะงัน กระทบท่องเที่ยว

ไฟฟ้าดับที่เกาะสมุย-พะงัน กระทบท่องเที่ยว

ไฟฟ้าดับที่เกาะสมุย-พะงัน กระทบท่องเที่ยว

รูปข่าว : ไฟฟ้าดับที่เกาะสมุย-พะงัน กระทบท่องเที่ยว

ไฟฟ้าดับที่เกาะสมุย-พะงัน กระทบท่องเที่ยว ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นห่วงว่า หากสถานการณ์ไฟฟ้าดับที่เกาะสมุยและเกาะพะงันยังยืดเยื้อ จะส่งผลต่อการท่องเที่ยวอย่างหนัก ซึ่งอาจมีมูลค่าความเสียหายสูงนับหมื่นล้านบาท แต่หากเร่งแก้ไขให้แล้วเสร็จได้ ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากเป็นเหตุสุดวิสัยที่นักท่องเที่ยวน่าจะเข้าใจได้

นายทนงศักดิ์ สมวงษ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะสมุย เปิดเผยว่าช่วงไฟฟ้าดับต่อเนื่องกัน 3 วัน ผลกระทบ มาเห็นชัดเจนในวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา เพราะตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ทยอยย้ายออกจากโรงแรมทั่วเกาะสมุยและพะงันไปแล้วเกินกว่า ร้อยละ 30 และอาจจะกระทบกับรายได้การท่องเที่ยวและธุรกิจโดยรวมจะสูญเสียไปไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

ส่วนการเดินทางนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้บริการสนามบินนานาชาติเกาะสมุยตลอดวันที่ 6 ธันวาคม นี้ มีปริมาณมากกว่าทุกวัน ร้อยละ 30-35 จากปกติในแต่ละวันจะมีแต่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังเกาะวันละ 70,000 คน

ขณะที่บรรยากาศการท่องเที่ยวตามหาดต่างๆ ในยามค่ำคืน เงียบเหงามืดสนิท เช่นเดียวกับร้านค้าโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อที่เคยคึกคักก็เงียบสนิทเช่นกัน เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ และ ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ด้านนายธนารักษ์ พงษ์เภตรา สภาอุตสาหกรรม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีระบบไฟฟ้าสำรองไว้ เนื่องจากแต่ละวันเกาะสมุยมีการใช้ไฟเป็นจำนวนมาก

ส่วนนายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย เชื่อว่า เหตุการณ์นี้จะไม่กระทบต่อภาคท่องเที่ยวของทั้ง 2 เกาะในระยะยาว หากไม่เกิดปัญหาซ้ำหลายครั้ง เนื่องจากเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวเข้าใจได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลหากสถานการณ์ยืดเยื้อ คือ ราคาน้ำมันในพื้นที่ที่จะสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ

กรณีนี้ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยระหว่างการตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายให้กับผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และนักท่องเที่ยวซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหา เบื้องต้นแบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วน คือ การแก้ไขให้มีไฟฟ้าใช้ได้มอบหมายให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รับผิดชอบดำเนินการ ขณะที่เรื่องการช่วยเหลือเยี่ยวยาประชาชน ได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดรับผิดชอบในการตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือ การจัดหาไฟฟ้าสำรอง การจัดหาน้ำมัน และการจัดแก๊สหุ้งต้มต่างๆ

ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวยอมรับว่า การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ยังมีปัญหา เพราะเครื่องมือต่างๆจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน ซึ่งขณะนี้ได้ให้จังหวัดใช้รถโมบายในการทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมทั้งได้กำชับให้นำเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นตัวอย่างในการเตรียมความพร้อม การจัดหาไฟสำรองในช่วงของเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงด้วย


กลับขึ้นด้านบน