กลุ่มก่อความไม่สงบบุกจับอส.ปัตตานี พร้อมปล้นปืน-วิทยุสื่อสาร

กลุ่มก่อความไม่สงบบุกจับอส.ปัตตานี พร้อมปล้นปืน-วิทยุสื่อสาร

กลุ่มก่อความไม่สงบบุกจับอส.ปัตตานี พร้อมปล้นปืน-วิทยุสื่อสาร

รูปข่าว : กลุ่มก่อความไม่สงบบุกจับอส.ปัตตานี พร้อมปล้นปืน-วิทยุสื่อสาร

 กลุ่มก่อความไม่สงบบุกจับอส.ปัตตานี พร้อมปล้นปืน-วิทยุสื่อสาร โรงเรียนหลายแห่งในจังหวัดนริวาส ยังคงปิดเรียนหลังเกิดเหตุความไม่สงบกับครูอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ บุกเข้าจับอาสาสมัครรักษาดินแดน ในอำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี และปล้นปืนพร้อมวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่วิทยาการพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบหาหลักฐานบริเวณฐานปฏิบัติการณ์อาสาสมัครรักษาดินแดน อำเภอกะพ้อ ที่ตั้งอยู่ติดกำแพงโรงเรียนบ้านกะรุบี ตำบลกะรุบี จังหวัดปัตตานี หลังผู้ก่อเหตุประมาณ 15 - 20 คนปกปิดใบหน้า พร้อมอาวุธปืนเข้าปิดล้อมฐานและโรงเรียน

ผู้ก่อเหตุบุกเข้าไปจับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนจำนวน 5 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าเวรยามดูแลความปลอดภัยโรงเรียนดังกล่าว มัดมือ เท้า และปิดปาก ก่อนรื้นค้นภายในฐานขโมยอาวุธปืนอาก้า 4 กระบอก เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก เสื้อเกราะ วิทยุสื่อสาร และทรัยพ์สินอีกจำนวนหนึ่ง

ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบว่าฐานดังกล่าวสร้างด้วยอาคารคอนกรีตชั้นเดียว และมีป้อมปรากการณ์สูง 3 เมตร มีบังเกอร์และตาข่ายปิดรอบฐานอย่างแน่นหนา พบรอยเท้าของผู้ก่อเหตุจำนวนมาก และพบผ้าเทป สายรัดมือที่ใช้มัดเจ้าหน้าที่ตกอยู่ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นคนในพื้นที่ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ คาดว่าจะได้เบาะแสในไม่ช้า เพราะผู้ก่อเหตุบางคนไม่ปิดใบหน้า

ส่วนกรณีผู้ก่อเหตุลอบยิงครูในพื้นที่สามจังหวีดชายแดนใต้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 1 คน ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้สมาพันธ์ครูไม่มั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัย และมีมติสั่งปิดเรียนหลายแห่งนั้น

วันนี้ (7 ธ.ค.) ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดนราธิวาสและประชาชนในตำบลสากอ อำเภอสุไหงปาดี เข้าเยี่ยมอาการ นายธีระพล ชูส่องแสง ครูโรงเรียนบ้านบอเกาะ ที่ถูกยิงบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ซึ่งอาการทั่วไปพ้นขีดอันตราย

ส่วนการปิดเรียนในพื้นที่13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส วันนี้โรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงภัยและทุรกันดาร ยังคงปิดเรียนเป็นวันที่สอง ครูบางส่วนเรียกร้องรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และไม่ทอดทิ้งครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้


กลับขึ้นด้านบน