"ฟิลิปปินส์" ขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ หลังพายุโบพาสร้างความเสียหายอย่างหนัก

"ฟิลิปปินส์" ขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ หลังพายุโบพาสร้างความเสียหายอย่างหนัก

"ฟิลิปปินส์" ขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ หลังพายุโบพาสร้างความเสียหายอย่างหนัก

รูปข่าว : "ฟิลิปปินส์" ขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ หลังพายุโบพาสร้างความเสียหายอย่างหนัก

หน่วยกู้ภัยของฟิลิปปินส์ยังคงระดมกำลังช่วยเหลือเหยื่อพายุไต้ฝุ่นโบพาออกจากพื้นที่ภัยพิบัติขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มสูงกว่า 470 คน รัฐบาลฟิลิปปินส์ต้องวอนขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ นับเป็นพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดในรอบปีของฟิลิปปินส์

พายุไต้ฝุ่นโบพาสร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์แม้พายุจะเคลื่อนตัวออกไปแล้ว แต่การค้นหาผู้รอดชีวิตยังคงดำเนินต่อไป ล่าสุดหน่วยกู้ภัยต้องเข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตหลายคนที่ติดอยู่ในหมู่บ้านที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก โดยหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ใน จ.คอมโพสเตล่า วัลเลย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด

โดยส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มสูงเป็น 477 คนและยังมีผู้ที่สูญหายไปอีกหลายร้อยคน โดยบ้านเรือนหลายพันหลังได้รับความเสียหายอย่างหนักประชาชน 350,000 คน ยังคงพักพิงอยู่ในช่วยเหลือของทางการ รัฐบาลฟิลิปปินส์ต้องวอนขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ ล่าสุดองค์การสหประชาชาติเสนอตัวให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขณะเดียวกันจะเป็นผู้ประสานความช่วยเหลือจากต่างชาติให้ด้วย

ภัยพิบัติครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นกับฟิลิปปินส์ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกของสหประชาชาติในกรุงโดฮา เมืองหลวงของการ์ต้า นายเนดีเรฟ ซาโน่ ผู้แทนของฟิลิปปินส์ได้กล่าวเรียกร้องให้ที่ประชุมทิ้งเรื่องการเมืองไว้เบื้องหลังและร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อต่อสู้กับภาวะโลกร้อน ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติเหมือนกับที่ฟิลิปปินส์กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้การดังกล่าวกำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันหรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจเนื่องจากการประชุมที่กำลังจะปิดฉากในวันนี้ (7 ธ.ค.) ยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ในหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือการกำหนดตัวเลขของกองทุนสภาพอากาศที่จะนำไปช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วเคยให้สัญญาว่าจะสมทบเงินกองทุนให้ได้ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2563

แต่ตอนนี้หลายประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจจนต้องใช้มาตราการรัดเข็มขัด ทำให้การสมทบเงินกองทุนเป็นไปได้ยาก ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาบอกว่าเงินกองทุนจะต้องมีอย่างน้อย 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯจึงจะเพียงพอต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ


กลับขึ้นด้านบน