"จับตา" ความเคลื่อนไหว-ความขัดแย้ง "แก้รัฐธรรมนูญ"

"จับตา" ความเคลื่อนไหว-ความขัดแย้ง "แก้รัฐธรรมนูญ"

"จับตา" ความเคลื่อนไหว-ความขัดแย้ง "แก้รัฐธรรมนูญ"

รูปข่าว : "จับตา" ความเคลื่อนไหว-ความขัดแย้ง "แก้รัฐธรรมนูญ"

สำหรับความเคลื่อนไหวทางการเมืองซึ่งเป็นที่จับตามากที่สุดในขณะนี้ นอกจากการตั้งข้อหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จากดีเอสไอแล้ว การแก้รัฐธรรมนูญคือ ความเคลื่อนไหวหนึ่งที่ถูกจับตาถึงความขัดแย้งรอบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น โดยทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ต่างเดินหน้าต่อสู้กันทางการเมืองอย่างดุเดือดในขณะนี้

ทางพรรคเพื่อไทยแถลงชี้แจงการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญว่า เป็นอำนาจโดยชอบของสมาชิกรัฐสภา พร้อมระบุ การกล่าวหาว่าดำเนินการเพื่อประโยชน์ของคน ๆ เดียว หรือการล้างผิด เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือกันอย่างไม่เป็นธรรม

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็เดินหน้าเปิดเวทีผ่าความจริง ชี้เบื้องหลังการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง และเตรียมส่งตัวแทนร่วมสังเกตการณ์เวทีเสวนารัฐธรรมนูญของรัฐบาล

นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน หรือในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันที่จะส่งตัวแทนของพรรคร่วมสังเกตการณ์เวทีเสวนารัฐธรรมนูญทั้ง 108 เวทีของรัฐบาล เพื่อประมวลและพิจารณาว่า การดำเนินการเป็นไปตามหลักการทำประชาพิจารณ์และเป็นการรับฟังความเห็นจากประชาชนจริงหรือไม่ ขณะเดียวกันก็จะเดินหน้าชี้แจงข้อมูลเบื้องหลังกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญและร่างกฎหมายปรองดอง ผ่านเวทีผ่าความจริงของพรรค เพราะเชื่อว่ามีวาระซ่อนเร้น

   

ขณะที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเปิดเผยผลตรวจสอบโครงการรับจำนำยางพาราของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน พบว่าการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาศักยภาพและรักษาเสถียรภาพยางพารา ตามมติ ครม. รวม 45,000 ล้านบาท ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ หรืออาจมีการทุจริตเกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเชื่อว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ต้องเปลี่ยนบทบาทหน้าที่

สำหรับเวทีผ่าความจริง "หยุดล้มรัฐธรรมนูญและออกกฎหมายล้างผิดคนโกง" ของพรรคประชาธิปัตย์วันนี้(8ธ.ค.55) จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยรังสิต โดยมีแกนนำของพรรคเตรียมขึ้นเวทีปราศรัยชี้เบื้องหลังการแก้รัฐธรรมนูญ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,นายสุเทพ เทือกสุบรรณ,นายบัญญัติ บรรทัดฐานและนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน

ส่วนพรรคเพื่อไทย ร.ท. หญิง สุนิสา เลิศภควัต รองโฆษกของพรรค แถลงการเดินหน้าลงมติวาระที่ 3 ของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามอำนาจโดยชอบ แต่จะผ่านหรือไม่ผ่าน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของส.ส.และส.ว. แต่ปฏิเสธการผลักดันแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของคนๆ เดียว หรือล้างผิดและหวังทวงคืนทรัพย์สินให้พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และชี้ว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมและหวังทำลายความน่าเชื่อถือหรือดิสเครดิต

และมีรายงานว่า คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมสรุปผลการศึกษาเสนอต่อพรรคร่วมรัฐบาลภายในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ พร้อมกันนั้นจะนัดหมายร่วมแถลงเจตนารมณ์การแก้รัฐธรรมนูญ หลังเสร็จสิ้นพิธีวางพวงมาลาวันรัฐธรรมนูญที่รัฐสภา

แต่จนถึงขณะนี้พรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยมี 2 ทางเลือก คือเดินหน้าให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ค้างอยู่ แต่ต้องสุ่มเสี่ยงกับช่องว่างที่จะยื่นฟ้องคดีอาญาได้ หรือจะลงมติคว่ำร่างเดิมทิ้งไป เพื่อเสนอร่างใหม่ เพื่อปิดช่องว่างและเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่เป็นร่างแก้ไขแบบรายมาตรา


กลับขึ้นด้านบน