"โอภาส" หมดสิทธิ์แข่งยิงปืนใน "เชียงใหม่เกมส์" หลังชกกรรมการ

"โอภาส" หมดสิทธิ์แข่งยิงปืนใน "เชียงใหม่เกมส์" หลังชกกรรมการ

"โอภาส" หมดสิทธิ์แข่งยิงปืนใน "เชียงใหม่เกมส์" หลังชกกรรมการ

รูปข่าว : "โอภาส" หมดสิทธิ์แข่งยิงปืนใน "เชียงใหม่เกมส์" หลังชกกรรมการ

นายโอภาส เรืองปัญญาวุฒิ นักกีฬายิงปืนจังหวัดกรุงเทพมหานคร ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้ตัดสิน และถูกตัดสิทธิ์ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 41 เชียงใหม่เกมส์ หลังชกกรรมการ

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันกีฬายืงปืนที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ซึ่งนายโอภาส เรืองปัญญาวุฒิ นักกีฬาตัวแทนจังหวัดกรุงเทพมหานคร มีเรื่องชกต่อยกับกรรมการผู้ควบคุมการแข่งขัน ทำให้นายโอภาสถูกตัดสิทธิ์ห้ามลงแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งนี้ และมีโอกาสถูกโทษแบน เป็นเวลา 2-5 ปี ล่าสุดนายรัศมิมาน นามประเสริฐ ผู้ตัดสินที่มีเรื่องกับนายโอภาสยืนยันว่าได้ทำตามหน้าที่อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายกับนายโอภาสเรียบร้อยแล้ว

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากนายโอภาสต้องการความชัดเจนและโปร่งใส เกี่ยวกับการนับคะแนนในการแข่งขันยิงปืน ประเภทยิงเร็ว ซึ่งนายโอภาสยืนยันว่าเคยมีการโกงคะแนน ในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยที่จังหวัดสงขลามาแล้ว และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(7 ธ.ค.) นายโอภาสยังได้เดินทางไปฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬายิงปืนชุดนี้ด้วย

ทั้งนี้ศาลปกครองมีคำสั่งไม่คุ้มครองทำให้นายโอภาสหมดสิทธิ์ลงแข่งขันกีฬาแห่งชาติแน่นอนแล้ว ซึ่งนายโอภาสยังได้ฟ้องศาลปกครองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นพร้อมยืนยันว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้งจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬายิงปืนที่ตัดสินความผิดทันที และไม่ยอมให้ทำการแข่งขันจนเสร็จสิ้นก่อนค่อยดำเนินการสอบสวน

ส่วนผลการแข่งขันยิงปืนเมื่อวาน(8 ธ.ค.)มีชิง 4 เหรียญทอง ประเภทปืนสั้นยิงเร็ว บุคคลชาย พรชัย สุคนธ์พานิช จากจังหวัดกำแพงเพชร์ทำ 562 คะแนนคว้าเหรียญทองไปครอง โดยเหรียญเงินเป็นของศรียานนท์ การดี จากกรุงเทพมหานครและ ธีรยุทธ บูรณเกียรติศักดิ์ จากจังหวัดหนองคายได้เหรียญทองแดง ส่วนทีมชายเหรียญทองตกเป็นของนนทบุรี เหรียญเงิน นครสวรรค์ และเหรียญทองแดงจังหวัดพังงา ขณะที่ปืนยาวมาตรฐานสตรีบุคคลหญิง เหรียญทองเป็นของ รัชฎาภรณ์ เปล่งแสงทอง จากพระนครศรีอยุธยา เหรียญเงิน ปุณรดา เมฆะวุฒิกุล จังหวัดสงขลา และ สิริจิตร คงนิล จากจังหวัดอุบลราชธานี


กลับขึ้นด้านบน