ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง LSE ระบุผลเลือกตั้งอังกฤษชี้อนาคตอังกฤษในอียู

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง LSE ระบุผลเลือกตั้งอังกฤษชี้อนาคตอังกฤษในอียู

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง LSE ระบุผลเลือกตั้งอังกฤษชี้อนาคตอังกฤษในอียู

รูปข่าว : ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง LSE ระบุผลเลือกตั้งอังกฤษชี้อนาคตอังกฤษในอียู

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง LSE ระบุผลเลือกตั้งอังกฤษชี้อนาคตอังกฤษในอียู หลังผลการเลือกตั้งทั่วไปของสหราชอาณาจักรออกมาอย่างไม่เป็นทางการ ขณะนี้พรรคอนุรักษ์นิยมครองคะแนนนำ 316 เสียง และคาดการณ์ว่านายเดวิด คาเมรอน จะดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย วงคุยวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยลอนดอน สคูล ออฟ อีโคโนมิกส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระบุว่ามีผลต่ออนาคตของสหราชอาณาจักรในสหภาพยุโรป ซึ่งประเด็นที่อาเซียนน่าจะได้เรียนรู้ของการรวมตัวเป็นประชาคมในยุโรปด้วย

ณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส รายงานจากมหาวิทยาลัยลอนดอน สคูล ออฟ อีโคโนมิกส์ (LSE) ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร วันนี้ (8 พ.ค.2558) ว่าได้มีการพูดคุยเชิงวิชาการและถกเถียงถึงการเมืองของสหราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนปิดหีบเลือกตั้งและวินาทีที่เอ็กซิทโพลออกมา ปฏิกิริยาที่ออกมาค่อนข้างประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นตัวเลขของพรรคอนุรักษ์นิยมมีคะแนนนำถึง 316 คะแนน ขณะที่พรรคแรงงานมีคะแนน 239 คะแนน เป็นที่นั่ง ส.ส.ที่ต่ำที่สุดในรอบ 28 ปี ของพรรคแรงงาน

สำหรับอนาคตของสหราชอาณาจักรในสหภาพยุโรป ถ้านายเดวิด คาเมรอน เป็นนายกรัฐมนตรี ก็คงต้องทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน คือ การเปิดให้มีการลงประชามติว่าสหราชอาณาจักรจะเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปต่อไปหรือไม่ นายเอริค อัลเบิร์ต ผู้สื่อข่าวชาวฝรั่งเศส หนังสือพิมพ์เลอมงต์ สื่อมวลชนที่ติดตามเรื่องนี้ระบุว่าหากผลการโหวตออกมาว่าผู้คนต้องการออกจากสหภาพยุโรปก็จะเป็นเสมือนการถอยหลังของสหภาพยุโรป

ขณะที่ ศ.โทนี ทราเวิร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองมหาวิทยาลัย ระบุว่าประชาคมอาเซียนเองก็สามารถที่จะเรียนรู้จากพัฒนาการที่กำลังเกิดขึ้นในการรวมตัวกันเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปว่าเสียงของประชาชนจะต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และรัฐบาลของกลุ่มประเทาศที่รวมตัวกันไม่สามารถที่จะละเลยได้

ที่ผ่านมาช่องโหว่หนึ่งของรัฐบาลสหราชอาณาจักรอาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้สื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจถึงความสำคัญของสหภาพยุโรป จึงกลายเป็นความเสี่ยงที่นำมาสู่ความเห็นของประชาชนส่วนหนึ่งที่ต้องการกดดันให้ยูเคออกจากอียู รวมถึงคนอังกฤษเองก็รู้สึกว่ากำลังถูกผู้ลี้ภัยเข้าเมืองเข้ามาแย่งงาน สวัสดิการของคนในท้องถิ่น และนำมาสู่การตัดสินใจว่าอาจจะต้องแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป

จากนี้ไปการเมืองอังกฤษนอกจากจะมองถึงการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ก็คงต้องมองไปข้างหน้าถึงความเป็นสหราชอาณาจักรในสหภาพยุโรปด้วย


กลับขึ้นด้านบน