เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตฯเรียกร้องศึกษาผลกระทบทางผันน้ำก่อนก่อสร้าง

เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตฯเรียกร้องศึกษาผลกระทบทางผันน้ำก่อนก่อสร้าง

เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตฯเรียกร้องศึกษาผลกระทบทางผันน้ำก่อนก่อสร้าง

รูปข่าว : เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตฯเรียกร้องศึกษาผลกระทบทางผันน้ำก่อนก่อสร้าง

เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตฯเรียกร้องศึกษาผลกระทบทางผันน้ำก่อนก่อสร้าง ในขณะที่รัฐบาลไทยกำลังมีแผนการป้องกันน้ำท่วมระยะยาว และอาจจะดำเนินการก่อสร้างทางผันน้ำ หรือฟลัดเวย์ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเร็วๆ นี้ แต่เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูและธรรมชาติ และผู้จัดการสหภาพเกาหลีเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเตือนว่ารัฐบาลไทยควรศึกษาผลกระทบของสิ่งก่อสร้างต่างๆ ให้รอบคอบก่อนที่จะทำสัญญากับบริษัทเอกชน เพราะการก่อสร้างฟลัดเวย์มีทั้งข้อดี และข้อเสีย

นายยอกซู ซงลี ผู้จัดการสหภาพเกาหลีเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ทางผันน้ำ หรือฟลัดเวย์ ในเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้สามารถลดยอดน้ำท่วมในบริเวณใกล้เคียงลงได้ในฤดูน้ำหลากหลังจากที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปีนี้ แต่เมื่อก่อสร้างทางผันน้ำออกสู่ทะเลเสร็จเรียบร้อย คุณภาพน้ำกลับแย่ลงกว่าเดิมมากในฤดูแล้ง จากน้ำที่ระบายออกสู่ทะเลได้ช้าลงกว่าเดิมเพราะติดประตูน้ำที่ปากอ่าว ขณะที่เรือขนส่งที่คาดว่าจะสัญจรในทางผันน้ำแห่งนี้ก็ยังคงมีไม่มากนัก รวมทั้งการท่องเที่ยวในแม่น้ำสายนี้ก็เช่นกัน ดังนั้น หากประเทศไทยวางแผนจะสร้างทางผันน้ำเช่นเดียวกับเกาหลีใต้ ก็ควรศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้รอบคอบก่อน

ยอกซู กล่าวอีกว่า ถ้าประเทศไทยอยากจะสร้างฟลัดเวย์ ก็ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และตัดสินใจว่าควรสร้างฟลัดเวย์หรือไม่ เพราะฟลัดเวย์ไม่ใช่หนทางเดียวที่จะป้องกันน้ำท่วมได้

นายวิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรทำสัญญากับภาคเอกชนก่อนที่การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และกระบวนการสอบถามความเห็นสาธารณะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะได้ข้อยุติ เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้


กลับขึ้นด้านบน