ฝากขังผู้ต้องหาคดีปล้นเงินนักธุรกิจลาว

ฝากขังผู้ต้องหาคดีปล้นเงินนักธุรกิจลาว

ฝากขังผู้ต้องหาคดีปล้นเงินนักธุรกิจลาว

รูปข่าว : ฝากขังผู้ต้องหาคดีปล้นเงินนักธุรกิจลาว

ฝากขังผู้ต้องหาคดีปล้นเงินนักธุรกิจลาว ตำรวจจังหวัดนครพนมเตรียมนำตัวผู้ต้องหาคดีปล้นเงินนักธุรกิจชาวลาวไปฝากขังที่ศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหา 4 คนเป็นตำรวจ ซึ่งเกรงจะส่งผลกระทบต่อพยานหลักฐาน

คดีปล้นเงิน 3,5000,000 บาท จากนักธุรกิจชาวลาว เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ซึ่งมีผู้ต้องหาเป็นตำรวจถึง 4 นาย จากผู้ก่อเหตุทั้งหมด 5 คน คือ ดาบตำรวจ จำนงค์ รักษา, ดาบตำรวจ ชดาวุฒิ นนท์คำวงค์, จ่าสิบตรี เอกชัย สิงห์ทองไชย สังกัดสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกับการ 4 จังหวัดสกลนคร , ดาบตำรวจ ณรงค์ บุญสินชัย ผู้บังคับหมู่กองร้อยตำรวจตระเวณชายแดนที่ 235 และนายภูวิศ มาตหลุบเหลา พนักงานธนาคารกสิกรไทย สาขานครพนม

ความคืบหน้าคดีล่าสุด พลตำรวจตรี ชูรัตน์ ปานเหง้า ผู้บังการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดยังให้การปฎิเสธ ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ และเตรียมนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม โดยคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นตำรวจ อาจส่งผลกระทบต่อพยานหลักฐาน ซึ่งเบื้องต้นได้ขยายผลและตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา หลังพบว่า มีการครอบครองป้ายทะเบียนรถปลอมมากถึง 4 คัน จึงเชื่อว่า อาจเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาก่อน แต่ผู้เสียหายไม่กล้าเข้าแจ้งความ ซึ่งขณะนี้ ได้ประชุมชุดสืบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

คดีนี้เกิดขึ้นหลังนักธุรกิจชาวลาว 2 คนเข้าแจ้งความว่า ระหว่างกลับจากเบิกเงินที่ธนาคารกสิกรไทย สาขานครพนม ได้ถูกชายกลุ่มหนึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขับรถตำรวจทางหลวงประกบและปล้นเงินไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนทราบทะเบียนรถตำรวจทางหลวงที่ใช้ก่อเหตุได้ ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวและนำเงินมาคืนเมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) และจากการสืบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายภูวิศ พนักงานธนาคารได้แจ้งให้ตำรวจทั้ง 4 นาย ที่รู้จักกันว่า มีชาวลาว 2 คน มีพฤติกรรมน่าสงสัยอาจประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย เนื่องจากมาถอนเงินจำนวนมากเป็นประจำ จึงวางแผนปล้น เพราะคิดว่าทั้ง 2 คนไม่กล้าแจ้งความ


กลับขึ้นด้านบน