มติพรรคร่วมรัฐบาล เสนอทำประชามติก่อนโหวตวาระ 3 แก้รัฐธรรมนูญ

มติพรรคร่วมรัฐบาล เสนอทำประชามติก่อนโหวตวาระ 3 แก้รัฐธรรมนูญ

มติพรรคร่วมรัฐบาล เสนอทำประชามติก่อนโหวตวาระ 3 แก้รัฐธรรมนูญ

รูปข่าว : มติพรรคร่วมรัฐบาล เสนอทำประชามติก่อนโหวตวาระ 3 แก้รัฐธรรมนูญ

มติพรรคร่วมรัฐบาล เสนอทำประชามติก่อนโหวตวาระ 3 แก้รัฐธรรมนูญ  พรรคร่วมรัฐบาล ออกแถลงการณ์ 5 ข้อ เสนอรัฐบาลพิจารณาดำเนินการออกเสียงประชามติ กรณีควรแก้หรือไม่ควรแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2550 พร้อมระบุว่า เลือกแนวทางแก้รัฐธรรมนูญด้วยการเคารพความเห็นของทุกฝ่ายและมีความปรารถนาดีที่จะไม่นำสังคมไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอบรับที่จะนำเสนอ ครม.ภายในสัปดาห์หน้านี้

การประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 18 ธันวาคมนี้ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอบรับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่จะนำเสนอความเห็นตามคำแถลงการณ์เข้าสู่การพิจารณา เพื่อดำเนินการออกเสียงประชามติ กรณีควรแก้หรือไม่ควรแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ก่อนเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่ค้างการพิจารณาอยู่ในรัฐสภา

ขณะที่ก่อนหน้านี้ พรรคร่วมรัฐบาลนัดหารือสรุปแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ นายโภคิน พลกุล จากพรรคเพื่อไทย, นายชุมพล ศิลปอาชา จากพรรคชาติไทยพัฒนา, นายประเสริฐ บุญชัยสุข จากพรรคชาติพัฒนา และนายสันต์ศักย์ จรูญงามพิเชษฐ์ จากพรรคพลังชล รวมถึงนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนากยรัฐมนตรี ร่วมอ่านแถลงการณ์ 5 ข้อ

โดยสาระสำคัญ ยืนยันว่าการลงมติในวาระที่ 3 ของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ค้างการพิจารณาของรัฐสภา เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาเท่านั้น แต่หากสมาชิกรัฐสภาหรือประชาชน 50,000 คนที่เสนอญัตติแก้รัฐธรรมนูญ ประสงค์จะให้ทำประชามติก่อนลงมติเห็นชอบร่างกฎหมาย ก็พร้อมจะยอมรับความเห็น แต่การดำเนินการต้องอาศัยช่องทางของ ครม.ที่จะพิจารณาดำเนินการ ซึ่งในรายละเอียดจะเป็นไปตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ โดยมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ปี 2552

ทั้งนี้ยังมีเนื้อหาระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาล หวังที่จะยุติและไม่นำสถานการณ์บ้านเมืองไปสู่ความขัดแย้ง จึงต้องเลือกแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญที่ชอบธรรมและเป็นไปตามประชาธิปไตย แต่ในการดำเนินการ รัฐบาลควรสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับพรรคการเมือง สถาบันการศึกษา องค์กรประชาธิปไตย และทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วม โดยเฉพาะการรณรงค์เพื่อให้เกิดความเข้าใจก่อนลงประชามติ

นอกจากนั้นในแถลงการณ์พรรคร่วมรัฐบาล ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับในผลของประชามติ โดยไม่ควรนำมาขยายผลหรือกล่าวอ้างให้เกิดข้อขัดแย้งในอนาคต


กลับขึ้นด้านบน