นักธรณีวิทยา ยืนยัน แม้แกนแม่เหล็กโลกกลับขั้ว แต่จะไม่เกิดภัยพิบัติรุนแรง

นักธรณีวิทยา ยืนยัน แม้แกนแม่เหล็กโลกกลับขั้ว แต่จะไม่เกิดภัยพิบัติรุนแรง

นักธรณีวิทยา ยืนยัน แม้แกนแม่เหล็กโลกกลับขั้ว แต่จะไม่เกิดภัยพิบัติรุนแรง

รูปข่าว : นักธรณีวิทยา ยืนยัน แม้แกนแม่เหล็กโลกกลับขั้ว แต่จะไม่เกิดภัยพิบัติรุนแรง

นักธรณีวิทยา ยืนยัน แม้แกนแม่เหล็กโลกกลับขั้ว แต่จะไม่เกิดภัยพิบัติรุนแรง ในอดีตแกนแม่เหล็กโลกเคยพลิกกลับขั้วมาแล้วหลายครั้ง แต่นักธรณีวิทยาได้ศึกษาชั้นหินพบว่า ช่วงที่แกนแม่เหล็กโลกพลิกกลับขั้วไม่เคยเกิดภัยพิบัติรุนแรง หรือสิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์ และแกนแม่เหล็กโลกก็ยังไม่กลับขั้วในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน

ภายในใจกลางโลกมีสนามแม่เหล็กอยู่ ซึ่งเกิดจากการไหลวนของโลหะเหลว ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า ซึ่งกระแสไฟฟ้านี้ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้น

ลักษณะของสนามแม่เหล็กโลก คล้ายกับมีแท่งแม่เหล็กยักษ์ ฝังอยู่ในโลก โดยแนวแกนแท่งแม่เหล็ก เอียงทำมุมกับแกนหมุนของโลก ประมาณ 11.5 องศา โดยขั้วแม่เหล็กใต้อยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือ และขั้วแม่เหล็กเหนือ อยู่ใกล้กับขั้วโลกใต้ สนามแม่เหล็กโลกจะทำหน้าที่ป้องกันโลก ไม่ให้อนุภาคต่างๆจากอวกาศผ่านเข้ามาได้

นักธรณีวิทยาพบหลักฐานว่า ขั้วแม่เหล็กโลกไม่ได้อยู่นิ่ง แต่จะมีการพลิกกลับอยู่เป็นระยะ ครั้งล่าสุดกลับขั้วเมื่อ 1 ล้านปีก่อน โดยเฉลี่ยแล้ว สนามแม่เหล็กโลกจะพลิกกลับขั้วทุกๆ 250,000 - 3 แสนปี ระหว่างที่สนามแม่เหล็กกำลังเคลื่อนตัวก่อนที่จะพลิกกลับขั้ว ทำให้ความเข้มของสนามแม่เหล็กลดลง และไม่มีระเบียบ

แต่แม้ว่าจะอ่อนกำลังลงก็ไม่ได้หมายความว่าสนามแม่เหล็กนั้นหายไป ความจริงคือยังคงมีกำลังพอที่จะปกป้องโลกไว้ได้ และจากการเฝ้าสังเกตของนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าไม่กลับขั้วเร็วๆนี้อย่างแน่นอน อีกเกือบพันปีถึงจะมาดูกันอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่ข่าวลือว่าเมื่อแม่เหล็กโลกพลิกกลับขั้วแล้ว จะเกิดภัยพิบัติรุนแรง สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์นั้นไม่เป็นความจริง เพราะจากหลักฐานทางธรณีวิทยาพบว่า ช่วงที่แกนแม่เหล็กโลกพลิกขั้ว มีผลต่อการใช้เข็มทิศ คือจากเดิมชี้ไปทางทิศเหนือก็จะเปลี่ยนเป็นทิศใต้ และอาจมีความเสี่ยงเกิดมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่น้อยกว่าความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนน


กลับขึ้นด้านบน