รมช.กระทรวงศึกษาฯ เตรียมชงครม.จัดหาเสื้อเกราะ-อาวุธ ให้ครูในพื้นที่ 3 จว.ชายแดน

รมช.กระทรวงศึกษาฯ เตรียมชงครม.จัดหาเสื้อเกราะ-อาวุธ ให้ครูในพื้นที่ 3 จว.ชายแดน

รมช.กระทรวงศึกษาฯ เตรียมชงครม.จัดหาเสื้อเกราะ-อาวุธ ให้ครูในพื้นที่ 3 จว.ชายแดน

รูปข่าว : รมช.กระทรวงศึกษาฯ เตรียมชงครม.จัดหาเสื้อเกราะ-อาวุธ ให้ครูในพื้นที่ 3 จว.ชายแดน

รมช.กระทรวงศึกษาฯ เตรียมชงครม.จัดหาเสื้อเกราะ-อาวุธ ให้ครูในพื้นที่ 3 จว.ชายแดน มีข้อมูลระบุว่านับจากปี 2547 ที่มีการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้สตรีอยู่ในสถานะหม้ายเพิ่มขึ้น และเด็กๆต้องกำพร้า รวมถึงแนวโน้มที่ทั้ง 2 กลุ่ม ตกเป็นเป้าหมายถูกทำร้ายก็มากขึ้นด้วยและจากเหตุการณ์ลอบทำร้ายครู รมช.กระทรวงศึกษาฯ เห็นด้วยกับแนวคิดที่จะให้ครูในพื้นที่ สามารถพกอาวุธได้

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.กระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ได้มีการย้ำแผนรักษาความปลอดภัยครูให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงแนวคิดที่จะให้ครูในพื้นที่สามารถพกพาอาวุธปืนได้ ซึ่งมีกฎหมายในเรื่องนี้อยู่ และ ทางจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาออกใบอนุญาตพกพาได้อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอ ครม.พิจารณาการจัดหาเสื้อเกราะมอบให้ครูด้วย

ด้าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. บอกถึงนโยบายจัดหาเสื้อเกราะกันกระสุนให้ครู ก็เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยแก่ครู โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาคที่ 4 จะดำเนินการประเมินความต้องการของครูและจัดหาให้ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง

เวทีเสวนาหัวข้อ "ผู้หญิง สิทธิ และบทบาทในกระบวนการสันติภาพชายแดนภาคใต้" ซึ่งจัดโดยมูลนิธิอ๊อกแฟม เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ และองค์กรภาคีเครือข่าย เปิดเผยเหตุรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ตั้งแต่ปี 2547 ส่งผลให้สตรีในพื้นที่เป็นหม้ายกว่า 2,000 คน และมีเด็กกำพร้าอีกกว่า 5,000 คน ขณะที่แนวโน้มผู้หญิงกลายเป็นเหยื่อความรุนแรงก็เพิ่มขึ้น โดยเฉาะการใช้วัตถุระเบิดในการก่อเหตุ

เวทีเสวนายังเสนอให้ผู้หญิงได้เข้ามามีบทบาทและเข้าไปอยู่ในกลไกการแก้ปัญหา สร้างสันติภาพทั้งระดับพื้นที่และระดับชาติในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นและเหมาะสม โดยเฉพาะระดับการตัดสินใจ

ซึ่งนางเรืองรวี พิชัยกุล ผู้ประสานงานอาวุโส มูลนิธิเอเซีย เห็นว่า การสร้างสันติภาพในพื้นที่ ต้องยึดโยงกับนโยบายเรื่องการบริหารยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาชายแดนใต้ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เป็นหลัก ดังนั้น แผนพัฒนาและแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ฉบับใหม่ ควรปรับนโยบายการแก้ปัญหาภาคใต้กับคนที่เห็นต่าง โดยสร้างบรรยากาศการเจรจาเรื่องสันติภาพ และเสนอให้ภาครัฐ กระจายอำนาจการบริหารชายแดนภาคใต้ให้ทั่วถึง รวมทั้ง กระตุ้นให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมการบริหารงานท้องถิ่น


กลับขึ้นด้านบน