ปชช.ชาวเกาหลีใต้ไปลงคะแนนเลือกปธ.คนใหม่ อย่างคึกคัก

ปชช.ชาวเกาหลีใต้ไปลงคะแนนเลือกปธ.คนใหม่ อย่างคึกคัก

ปชช.ชาวเกาหลีใต้ไปลงคะแนนเลือกปธ.คนใหม่ อย่างคึกคัก

รูปข่าว : ปชช.ชาวเกาหลีใต้ไปลงคะแนนเลือกปธ.คนใหม่ อย่างคึกคัก

ปชช.ชาวเกาหลีใต้ไปลงคะแนนเลือกปธ.คนใหม่ อย่างคึกคัก ชาวเกาหลีใต้ลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ในการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเป็นการแข่งขันที่สูสีที่สุดครั้งหนึ่งระหว่างบุตรสาวของอดีตผู้นำเผด็จการ กับบุตรชายอดีตผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือ ที่กลายมาเป็นทนายความสิทธิมนุษยชน ผู้นิยมเสรีประชาธิปไตย ของชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเอเชีย

ชาวเกาหลีใต้ใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีกันแต่เช้าซึ่งถือเป็นหน้าที่พลเมืองในการใช้สิทธิลงคะแนน เช่นเดียวกับนายลี เมียง บั๊ก ประธานาธิบดีเกาหลีใต้และภริยา ที่ใช้สิทธิเลือกตั้งแต่เช้า เพื่อตัดสินผู้ที่จะมาเป็นผู้นำประเทศต่อจากตัวเขา

แม้ว่าประชาชนจะไม่ค่อยพอใจผลงานการบริหารของนายลี เมียง บั๊กเท่าไหร่นัก อันเนื่องมาจากนโยบายแข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือ ที่ชาวเกาหลีใต้ไม่น้อยมองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกาหลีเหนือโจมตีเกาะและเรือรบของเกาหลีใต้ จนมีผู้เสียชีวิตร่วม 50 คน และทำให้เกาหลีเหนือหันมาใช้ความแข็งกร้าวตอบโต้ ด้วยการยิงจรวดและอาจทดลองนิวเคลียร์อีก แต่อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้นำจากพรรคซูรีนัม ของนายลี อย่างนางปาร์ค กึน เอย์ ยังมีหวังในการขึ้นเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ เนื่องจากคะแนนนิยมที่มีการสำรวจครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง เผยให้เห็นว่าผู้สมัครที่มีคะแนนนำทั้ง 2 คน มีคะแนนค่อนข้างสูสี

โดยในวันนี้นางปาร์ค ได้ลงคะแนนเลือกตั้งในกรุงโซล พร้อมกล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนที่เคียงข้าง แม้อากาศจะหนาวเย็น และหวังว่าการเลือกตั้ง จะช่วยเปิดประตูสู่ยุคใหม่แก่เกาหลีใต้ อย่างที่ทุกคนรอคอย

ด้านนายมุน เจ อิน ผู้สมัครจากพรรคสามัคคีประชาธิปไตย หรือ ดียูพี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน กลับไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่บ้านเกิดในจังหวัดปูซาน โดยเดินทางมาลงคะแนนพร้อมกับมารดา และจะเดินทางกลับกรุงโซลในช่วงบ่าย เพื่อปิดการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเขาบอกว่า ได้ทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินของประชาชน

แม้ผู้สมัครทั้ง 2 คนที่มีคะแนนนำ จะมีแนวนโยบายด้านเกาหลีเหนือที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน โดยนางปาร์ค จะสานต่อแนวทางแข็งกร้าวแต่ไม่ปิดโอกาสการเจรจา ส่วนนายมุน ประกาศจะคืนความช่วยเหลือแก่เกาหลีเหนือโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ ทั้งคู่ต่างมีแนวทางค่อนข้างคล้ายคลึงกัน คือ การต่อสู้กับปัญหาคอร์รัปชั่นในภาครัฐที่เริ่มเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งเสริมความเข้มแข็งแก่ระบบสวัสดิการสังคม ช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก ลดความเหลื่อมล้ำทางฐานะ ลดหนี้สินครัวเรือน และจำกัดอิทธิพลของตระกูลนักธุรกิจรายใหญ่ของประเทศ ที่ยิ่งใหญ่จนแทบจะอยู่เหนือกฏหมาย แต่มีวิธีการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ผู้สมัครทั้งคู่ยังประกาศจะสานสัมพันธ์อันดีต่อไปกับสหรัฐฯและเพิ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับจีน ขณะที่ชาวเกาหลีใต้ตัดสินใจเลือกผู้นำจากประเด็นเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้ออกไปใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก


กลับขึ้นด้านบน