"นาฬิกาวันสิ้นโลก"ย้ำเตือนมนุษย์ใช้ชีวิตอย่างมีสติ

"นาฬิกาวันสิ้นโลก"ย้ำเตือนมนุษย์ใช้ชีวิตอย่างมีสติ

"นาฬิกาวันสิ้นโลก"ย้ำเตือนมนุษย์ใช้ชีวิตอย่างมีสติ

รูปข่าว : "นาฬิกาวันสิ้นโลก"ย้ำเตือนมนุษย์ใช้ชีวิตอย่างมีสติ

วันที่ 21 ธันวาคมปี 2012 ที่กำลังจะผ่านไปพร้อมกับเรื่องเล่าวันสิ้นโลก แต่การนับเวลาสิ้นโลกของ Doomsday Clock หรือ นาฬิกาวันสิ้นโลก ที่ตั้งเวลาการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์มนุษย์จากสงครามและภาวะโลกร้อนยังคงทำ หน้าที่ย้ำเตือนมนุษย์ให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติในวันนี้

ตราสไมลีย์ทรงกลมเลียนแบบหน้าปัดนาฬิกาแบบอนาล็อก จนถึงการแบ่งเนื้อหาออกเป็น 12 บทตามหลักการนับเวลาแบบ 12 ชั่วโมง คือสัญลักษณ์สื่อถึงนาฬิกาวันสิ้นโลกที่ปรากฏใน Watchmen หนังสือการ์ตูนและหนังดัง เล่าถึงกลุ่มยอดมนุษย์ที่พยายามสืบหาความลับแผนการใช้ระเบิดนิวเคลียร์คร่าชีวิตนับล้าน การ์ตูนซึ่งแต่งขึ้นเมื่อปี 1985 ยังสะท้อนถึงความหวาดกลัวของผู้ประพันธ์ อลัน มัวร์ ในช่วงที่โลกอยู่ท่ามกลางภัยสงครามเย็นซึ่งชาติมหาอำนาจต่างแข่งกันสะสม อาวุธปรมาณู ที่อาจนำไปสู่สงครามที่ทำให้โลกถึงกัลปาวสาน

นาฬิกาวันสิ้นโลกเริ่มนับเวลาครั้งแรกเมื่อปี 1947 โดยคณะกรรมการจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ช่วงที่อดีตชาติพันธมิตรซึ่งชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต หันมาประกาศสงครามเย็นต่อกัน โดยหน้าปัดนาฬิกาเชิงสัญลักษณ์นี้กำหนดให้เวลาเที่ยงคืนคือเวลาที่มนุษยชาติ ต้องเผชิญกับหายนะจากสงครามนิวเคลียร์ ซึ่งการตั้งเวลาจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของโลก โดยครั้งแรกเข็มนาฬิกาอยู่ห่างจากเวลาเที่ยงคืน 7 นาที ส่วนปี 1953 เวลาถูกปรับมาใกล้วันสิ้นโลกที่สุดที่ 2 นาทีเมื่ออเมริกาและโซเวียตทดลองอุปกรณ์เทอร์โมนิวเคลียร์ในเวลาที่ห่างกัน ไม่ถึง 9 เดือน จนสงครามเย็นยุติเมื่อปี 1991 เวลาได้ถูกปรับไปไกลจากวันสิ้นโลกถึง 17 นาที

แต่ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เข็มบนหน้าปัดนาฬิกาวันสิ้นโลกกลับถูกเลื่อนเข้ามาใกล้เวลาเที่ยงคืนขึ้น เรื่อยๆ เมื่อหลายชาติทั้งอินเดีย ปากีสถาน และเกาหลีเหนือ เริ่มทดลองอาวุธนิวเคลียร์ และชาติมหาอำนาจยังไม่ยอมลดการสะสมอาวุธปรมาณู จนต้นปีที่ผ่านมามีการปรับเวลาวันสิ้นโลกให้เหลือเพียง 5 นาที ซึ่งความกังวลต่อภัยสงครามนิวเคลียร์ยังปรากฏในผลงานเพลงของศิลปินมาก มาย เช่น  2 minutes to midnight ของ Iron Maiden ซึ่งโจมตีชาติที่ไม่หยุดหากำไรจากการค้าอาวุธสงคราม What I've Done จากอัลบั้ม Minutes to Midnight ของ Linkin Park ที่สื่อถึงภัยคุกคามโลกโดยน้ำมือของมนุษย์ และ Doomsday Clock ของ Smashing Pumpkins สื่อความหวาดกลัวต่อวาระสุดท้ายของโลกจากสงครามนิวเคลียร์

นอกจากภัยนิวเคลียร์แล้ว ภาวะโลกร้อนมายังนำมาเป็นปัจจัยให้การตั้งเวลานาฬิกาวันสิ้นโลกสู่จุดจบเร็ว ขึ้น โดย 10 ปีที่ผ่านมามีการนำเสนอสารคดีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากมาย ที่มาจากน้ำมือมนุษย์ เช่น An Inconvenient Truth, The 11th Hour และ Chasing Ice  รวมถึงสารคดีเกี่ยวกับภัยจากอาวุธนิวเคลียร์ เช่น เรื่อง Ashes to Honey ซึ่งออกฉายก่อนการรั่วไหลของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเพียงปีเดียว รวมถึง Countdown to Zero สารคดีที่ตีแผ่แนวโน้มของสงครามที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นจากการใช้อาวุธ นิวเคลียร์ การก่อการร้าย การสะสมอาวุธ และการจารกรรมอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่นำไปสู่จุดจบของมนุษยชาติทั้งสิ้น


กลับขึ้นด้านบน