กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เตรียมสอบ โครงการยกระดับฝีมือแรงงานลูกจ้าง อีกครั้ง หลังพบผู้เข้าร่วมไม่ได้รับเงิน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เตรียมสอบ โครงการยกระดับฝีมือแรงงานลูกจ้าง อีกครั้ง หลังพบผู้เข้าร่วมไม่ได้รับเงิน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เตรียมสอบ โครงการยกระดับฝีมือแรงงานลูกจ้าง อีกครั้ง หลังพบผู้เข้าร่วมไม่ได้รับเงิน

รูปข่าว : กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เตรียมสอบ โครงการยกระดับฝีมือแรงงานลูกจ้าง อีกครั้ง หลังพบผู้เข้าร่วมไม่ได้รับเงิน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เตรียมสอบ โครงการยกระดับฝีมือแรงงานลูกจ้าง อีกครั้ง หลังพบผู้เข้าร่วมไม่ได้รับเงิน กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตรียมตรวจสอบ โครงการยกระดับฝีมือแรงงานลูกจ้าง จากภัยพิบัติ ปี 2554 ของจ.ลพบุรี ที่ดำเนินโครงการร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจ.ลพบุรี จำนวน 150 รุ่นอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าผู้ร่วมโครงการบางส่วนไม่ได้รับเงินเต็มจำนวน ขณะที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้าตรวจสอบกรรมการของสภาอุตสาหกรรมเช่นกัน

จากกรณีการร้องเรียนของนายไชย ปาลวัฒน์ เจ้าของโรงสีไฟเจริญประภา จ.ลพบุรี หนึ่งในสถานประกอบการที่ร่วมโครงการยกระดับฝีมือแรงงานลูกจ้าง จากภัยพิบัติ ปี 2554 ที่ได้รับเงินจากสภาอุตสาหกรรมจ.ลพบุรีซึ่งเป็นผู้ประสานงานโครงการเพียง 35,000 บาท ทั้งที่ต้องได้รับ 81,000 บาท

กรมพัฒนาฝีมือแรงงานยืนยันว่า หลังการฝึกอบรมสิ้นสุดตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาได้เบิกจ่ายเงินสดเต็มจำนวนซึ่งนายสนอง ป่าธนู ประธานสภาอุตสาหกรรมจ.ลพบุรี ผู้เสนอโครงการ เพื่อส่งต่อถึงมือสถานประกอบการทั้งหมดแล้ว พร้อมแสดงหลักฐานการรับเงินของผู้อบรมทั้งหมดที่ได้รับมาจากสภาอุตสาหกรรมจ.ลพบุรี

ทำให้สภาอุตสาหกรรมจ.ลพบุรี ส่งหนังสือถึงกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 2 ฉบับ โดยชี้แจงเหตุผลการหักเงิน และแจ้งการจ่ายเงินเพิ่มเติม ให้กับนายไชย ผู้ร้องเรียนแล้ว ทั้งนี้ นายไชย ยอมรับว่า ได้รับเงินเพิ่มจนครบจำนวนแล้วในภายหลัง แต่ไม่เคยลงลายมือชื่อรับเงินในเอกสารของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นไปได้ว่าลายเซ็นต์ที่ปรากฎอาจถูกปลอมแปลงขึ้น

ทั้งนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงเตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โครงการยกระดับฝีมือแรงงานลูกจ้างจำนวน 150 รุ่น ที่ดำเนินโครงการผ่านสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี เพื่อตรวจสอบความผิดปกติอีกครั้ง

ขณะที่กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในส่วนกลาง ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดการทุจริตในโครงการนี้ เพราะมีรายงานว่าผู้ร่วมโครงการรายอื่นได้รับเงินไม่ครบจำนวนเช่นกันแต่ไม่กล้าร้องเรียน หากแต่ละรายได้รับเงินเพียง 35,000 บาทจาก 150 รุ่น จะมีเงินหายไปทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้สภาอุตสาหกรรมฯได้ตั้งกรรมการตรวจสอบ โดยมีนายสุชาติ วิสุวรรณ เป็นประธานแต่ผ่านมา 3 เดือนไม่มีความคืบหน้าประกอบกับมีปัญหาความขัดแย้งรุนแรงภายใน นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมฯจึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบชุดใหม่ และคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในวันที่ 15 มกราคมปีหน้า


กลับขึ้นด้านบน