นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย คาดเงินสะพัดกว่า 4.5 แสนล้าน

นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย คาดเงินสะพัดกว่า 4.5 แสนล้าน

นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย คาดเงินสะพัดกว่า 4.5 แสนล้าน

รูปข่าว : นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย คาดเงินสะพัดกว่า 4.5 แสนล้าน

นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย คาดเงินสะพัดกว่า 4.5 แสนล้าน สถานการณ์การเมืองที่ค่อนข้างนิ่งส่งผลให้การท่องเที่ยวในประเทศ และ อัตราการจองห้องพักในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะนี้สูงถึงประมาณร้อยละ 90 และคาดว่ามูลค่าการท่องเที่ยวภายในประเทศปีนี้จะสูงถึง 450,000 ล้าน

ผู้เกี่ยวข้องในภาคธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ ระบุว่า การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ค่อนข้างนิ่ง และ ประชาชนยังผ่อนคลายความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย

นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย ระบุว่า อัตราการจองห้องพักโดยเฉพาะแหล่งในท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในช่วงปีใหม่นี้สูงถึงร้อยละ 85-90

นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ ประเมินว่า ช่วงปีใหม่จะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเท่าตัว โดยปีนี้ประชาชนเดินทางโดยใช้รถยนต์มากเป็นอันดับต้น ๆ รองลงมาคือรถตู้ และใช้บริการผ่านบริษัทนำเที่ยว ซึ่งโครงการรถยนต์คันแรกช่วยส่งเสริมการเดินทางในประเทศในระยะใกล้ ๆ รัศมีไม่เกิน 500 กิโลเมตร

ด้านนายเจริญ วังอนานนท์ โฆษกสมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย ระบุว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่น และปัญหาคาบสมุทรเกาหลีส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากทั้ง 3 ประเทศ เดินทางเข้าเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ และคาดว่า จะต่อเนื่องจนถึงช่วงสงกรานต์

หน่วยงานด้านธุรกิจท่องเที่ยวยังคาดว่า ตลอดทั้งปีนี้น่าจะมีเม็ดเงินในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายในประเทศ 450,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ส่วน รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศมีมูลค่า 1,100,000 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17

นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยมากที่สุดในปีนี้ ได้แก่จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น รัสเซีย และเกาหลีใต้ ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม อยู่ที่ 21,700,000 คน คาดว่า ตลอดทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยมากถึง 21,800,000 คน เกินเป้าหมายที่วางไว้ 21 ล้านคน


กลับขึ้นด้านบน