7 ธุรกิจเด่น ส่องธุรกิจปีงูเล็ก แกร่ง-โตท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง

7 ธุรกิจเด่น ส่องธุรกิจปีงูเล็ก แกร่ง-โตท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง

7 ธุรกิจเด่น ส่องธุรกิจปีงูเล็ก แกร่ง-โตท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง

รูปข่าว : 7 ธุรกิจเด่น ส่องธุรกิจปีงูเล็ก แกร่ง-โตท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง

7 ธุรกิจเด่น ส่องธุรกิจปีงูเล็ก แกร่ง-โตท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง ปี 2556 นี้ เป็นอีกปีหนึ่งที่ผู้ประกอบการยังคงต้องดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง แม้ว่าจะเริ่มเห็นพัฒนาการของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปและสหรัฐฯ

 ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจจีนก็มีสัญญาณการเติบโตที่ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2556 โดยเฉพาะเศรษฐกิจในภาคการส่งออกที่จะกลับมาขยายตัวเร่งขึ้น

 
ภาคธุรกิจยังมีปัจจัยบวกจากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการส่งออกสินค้าของไทยไปยังประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่เชื่อมโยงกับประเทศในกลุ่ม CLMV (ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิกาคอาเซียน อีกทั้งยังจูงใจให้ธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนขยายฐานธุรกิจให้ไทย ซึ่งกิจกรรมเศรษฐกิจเหล่านี้จะสร้างอานิสงส์ให้แก่ธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก 
 
ในปี 2556 ยังคงมีปัจจัยลบปกคลุมการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะแรงกดดันจากต้นทุนที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทในอีก 70 จังหวัด (จากที่ในปี 2555 ปรับเป็น 300 บาทไปแล้วใน 7 จังหวัด)  การทยอยลดการอุดหนุนราคาพลังงานของภาครัฐ ซึ่งจะมีผลต่อราคาก๊าซธรรมชาติ และก๊าซหุงต้ม (LPG) ทั้งภาคครัวเรือน ขนส่ง และอุตสาหกรรม รวมทั้งการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้า Ft รอบใหม่ ซึ่งต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในระดับที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบด้านอื่นๆ ที่ธุรกิจบางประเภทจะต้องเผชิญ อาทิ ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และปัจจัยทางการเมืองในประเทศ 
 
ขณะที่ธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวโดดเด่นน่าจะมีสัดส่วนน้อยกว่า โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์ ภาพรวมทิศทางของอุตสาหกรรมที่สำคัญในปี 2556 ดังนี้ 
 
1. ส่งออกรถยนต์เติบโต 20-26% ... ผลักดันยอดผลิตแตะ 2.5-2.6 ล้านคัน ทำสถิติใหม่ 2 ปีซ้อน (อ่านรายละเอียดในไฟล์ Word)
2. ธุรกิจโทรคมนาคม ... บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังมาแรง รับ 3G
3. ธุรกิจทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวีแข่งแรง...ขณะที่ดิจิทัลทีวีนับเป็นจุดเปลี่ยนฟรีทีวี
4. ธุรกิจก่อสร้าง: อานิสงส์โครงการภาครัฐ...เอกชนขยายการลงทุนต่างจังหวัดคึกคัก    
5. ธุรกิจขนส่ง: ภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัว...กิจกรรมการค้าชายแดนหนุน
6. ธุรกิจโรงพยาบาล: ขับเคลื่อนการเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย
7. ยางพารา ... ส่งออกน่าจะกลับมาเติบโตดีขึ้นจากความต้องการในตลาดโลก
 
แม้ปี 2556 จะเป็นปีที่ภาพของเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณของการฟื้นตัว ซึ่งน่าจะพอเป็นแรงส่งให้ธุรกิจส่งออกหลายสาขามีทิศทางกระเตื้องขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากธุรกิจเหล่านั้นจะมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวที่เป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ 
 
สำหรับธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในปี 2556 นี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดว่าในปี 2556 นี้ การผลิตรถยนต์ในประเทศไทยจะทำสถิติใหม่สูงถึงประมาณ 2.5-2.6 ล้านคัน  ขณะที่ธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสาร ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจโทรคมนาคม และธุรกิจทีวี (ทั้งทีวีดาวเทียม เคเบิ้ลทีวีและดิจิทัลทีวี) คาดว่าจะเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวเด่นที่จะมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนเฉพาะที่สำคัญอย่างการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบในการดำเนินกิจการโทรทัศน์ทั้งเคเบิ้ลทีวีและฟรีทีวี รวมถึงความชัดเจนจากการประมูลเครือข่าย 3G และดิจิทัลทีวี
 
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของภาคธุรกิจส่วนใหญ่โดยเฉลี่ยแล้วอาจยังขยายตัวเพียงในระดับปานกลาง โดยสถานการณ์ธุรกิจภายในประเทศยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ทั้งจากการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ การปรับลดการอุดหนุนราคาพลังงานลง และการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า Ft ซึ่งการปรับขึ้นของต้นทุนจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องมายังการปรับขึ้นของราคาสินค้าในปี 2556
 
ขณะเดียวกันก็มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก ซึ่งจะสร้างความท้าทายให้กับผู้ประกอบการไทยที่จำเป็นต้องปรับตัวให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และสามารถสร้างผลกำไรให้เติบโตได้ต่อเนื่อง
 
ขณะที่บางภาคธุรกิจอาจต้องเผชิญกับความยากลำบากในการที่จะฝ่าฟันให้ผ่านพ้นปัจจัยลบที่รุมล้อม ซึ่งบางปัจจัยก็เป็นปัจจัยเฉพาะของธุรกิจนั้นๆ และอาจส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง เช่น ปัจจัยด้านการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน สภาวะเศรษฐกิจและมาตรการการค้าของประเทศคู่ค้า ตลอดจนสภาพการแข่งขัน โดยตัวอย่างธุรกิจที่เผชิญความท้าทายในปี 2556 อาทิ ธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ  ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และธุรกิจเครื่องหนัง เป็นต้น
 
 
 
 เติบโตแกร่งแม้ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง
 
 
 
ในปี 2556 นี้ เป็นอีกปีหนึ่งที่ผู้ประกอบการยังคงต้องดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง แม้ว่าจะเริ่มเห็นพัฒนาการของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปและสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจจีนก็มีสัญญาณการเติบโตที่ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2556 โดยเฉพาะเศรษฐกิจในภาคการส่งออกที่จะกลับมาขยายตัวเร่งขึ้น
 
นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังมีปัจจัยบวกจากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการส่งออกสินค้าของไทยไปยังประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่เชื่อมโยงกับประเทศในกลุ่ม CLMV (ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิกาคอาเซียน อีกทั้งยังจูงใจให้ธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนขยายฐานธุรกิจให้ไทย ซึ่งกิจกรรมเศรษฐกิจเหล่านี้จะสร้างอานิสงส์ให้แก่ธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก 
 
อย่างไรก็ดี ในปี 2556 ยังคงมีปัจจัยลบปกคลุมการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะแรงกดดันจากต้นทุนที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทในอีก 70 จังหวัด (จากที่ในปี 2555 ปรับเป็น 300 บาทไปแล้วใน 7 จังหวัด)  การทยอยลดการอุดหนุนราคาพลังงานของภาครัฐ ซึ่งจะมีผลต่อราคาก๊าซธรรมชาติ และก๊าซหุงต้ม (LPG) ทั้งภาคครัวเรือน ขนส่ง และอุตสาหกรรม รวมทั้งการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้า Ft รอบใหม่ ซึ่งต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในระดับที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบด้านอื่นๆ ที่ธุรกิจบางประเภทจะต้องเผชิญ อาทิ ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และปัจจัยทางการเมืองในประเทศ 
 
จากปัจจัยสภาพแวดล้อมดังที่กล่าวมาข้างต้น กล่าวได้ว่าแม้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว และโอกาสที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงคงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย แต่ความอ่อนแอของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะยังคงเป็นข้อจำกัดที่ถ่วงให้เศรษฐกิจโลกในภาพรวมยังเติบโตได้ไม่รวดเร็วนัก ขณะที่การใช้จ่ายในประเทศของภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากปัจจัยเร่งการใช้จ่ายจากมาตรการของรัฐในปี 2555 ที่ผ่านมาเริ่มทยอยสิ้นสุดลง จึงอาจมีผลทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่โดยเฉลี่ยแล้วอาจเติบโตได้ในระดับปานกลาง ขณะที่ธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวโดดเด่นน่าจะมีสัดส่วนน้อยกว่า โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์ ภาพรวมทิศทางของอุตสาหกรรมที่สำคัญในปี 2556 ดังนี้ 
 
 
 
 
แม้ว่าธุรกิจจะต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่หลากหลาย แต่ก็มีธุรกิจบางประเภทที่ได้รับปัจจัยหนุนเฉพาะมาเป็นแรงขับเคลื่อนให้สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่นในปี 2556 โดยธุรกิจเด่น ได้แก่
 
ส่งออกรถยนต์เติบโต 20-26% ... ผลักดันยอดผลิตแตะ 2.5-2.6 ล้านคัน ทำสถิติใหม่ 2 ปีซ้อน
 
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2556 อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยยังเป็นอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะยังคงความเป็นดาวเด่นต่อเนื่องจากปี 2555 โดยจะได้รับอานิสงส์จากตลาดส่งออกหลังจากค่ายรถเตรียมโยกกำลังการผลิตที่ดึงไปเพื่อรองรับตลาดในประเทศในปี 2555 กลับมาผลิตเพื่อตลาดส่งออกมากขึ้น และน่าจะทำให้การส่งออกรถยนต์ยังคงมีอัตราการขยายตัวได้อย่างโดดเด่น และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ต่อที่ระดับ 1,230,000 ถึง 1,290,000 คัน ขยายตัวร้อยละ 20.0 ถึง 26.0 จากยอดส่งออก 1,030, 000 คัน ในปี 2555 (ขยายตัวร้อยละ 40.0)
 
สำหรับตลาดในประเทศ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 ยอดขายรถยนต์ในประเทศอาจยังคงมีช่วงจังหวะของการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการทยอยส่งมอบรถยนต์ที่รับจองไว้ภายใต้โครงการรถยนต์คันแรก ที่คาดว่ายังมียอดคงค้างรอส่งมอบข้ามไปในปี 2556 ไม่ต่ำกว่า 400,000 คัน แต่คาดว่ายอดขายในประเทศช่วงครึ่งหลังของปี 2556 มีโอกาสหดตัวลงจากช่วงเดียวกันในปี 2555 จากผลของโครงการรถยนต์คันแรกที่ทำให้ความต้องการรถยนต์ในอนาคตถูกดึงไปใช้แล้วล่วงหน้า
 
ธุรกิจโทรคมนาคม ... บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังมาแรง รับ 3G
 
ปี 2556 นี้ ธุรกิจเทคโนโลยีสื่อสารและโทรคมนาคมเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวเด่นที่จะมีอัตราการเติบโตสูง โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเฉพาะบริการด้านข้อมูลจะมีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก โดยผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตให้เปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ต่างหันมาเร่งพัฒนาระบบเครือข่ายและเร่งขยายโครงข่าย ไปตามเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ พร้อมทั้งยังได้ออกโปรโมชั่นการตลาดเพื่อเร่งโอนย้ายลูกค้าจากระบบสัมปทาน 2G เดิมไปสู่ระบบใบอนุญาต 3G 
 
สำหรับแนวโน้มเชิงธุรกิจที่สำคัญหลังการเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz คาดว่า ผู้ให้บริการคอนเทนต์มีแนวโน้มที่จะเข้ามาพัฒนาบริการใหม่ๆ บนช่องทางการสื่อสารไร้สาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการบริโภคเนื้อหาในลักษณะออนไลน์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ยังมีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในธุรกิจวางโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมราว 125,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี และยังน่าจะก่อให้เกิดกระแสการเปลี่ยนโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้บริโภคเพื่อใช้งานบริการ 3G มากยิ่งขึ้น 
 
ธุรกิจทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวีแข่งแรง...ขณะที่ดิจิทัลทีวีนับเป็นจุดเปลี่ยนฟรีทีวี 
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จากการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เข้ามากำกับดูแลและมีกฎหมายการรองรับการดำเนินธุรกิจทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวี ทำให้การดำเนินธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น โดย กสทช. จะเริ่มทยอยออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการในช่วงเดือนมกราคม 2556 นอกจากนี้ ทางด้านผู้ประกอบการยังมีแผนที่จะขยายช่องรายการความละเอียดสูง (HDTV) จากเดิมที่มีไม่ถึง 15 ช่อง เป็นมากกว่า 25 ช่อง
 
นอกจากนี้ กสทช. ยังได้มีการวางแผนที่จะเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกสู่ระบบดิจิทัล โดยจะจัดให้มีการประมูลใบอนุญาตสำหรับช่องบริการธุรกิจ ราวเดือนมีนาคม 2556 ซึ่งโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล นอกเหนือจากจะมีความคมชัดของภาพสูงกว่าโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกแล้ว ยังเป็นระบบที่สามารถติดต่อปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมได้ ซึ่งเป็นจุดแตกต่างสำคัญเมื่อเทียบกับทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวีในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นตัวแปรสำคัญอันหนึ่ง ที่จะทำให้เกิดรายการโทรทัศน์ที่สามารถสื่อสารสองทางกับผู้ชม และก่อให้เกิดความบันเทิงในรูปแบบใหม่ จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มีผลต่อการแข่งขันทางธุรกิจทีวีมีการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม และฟรีทีวีที่จะมาใช้ระบบดิจิทัล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้มีช่องรายการ "ดูฟรี" เพิ่มขึ้น 
 
ธุรกิจก่อสร้าง: อานิสงส์โครงการภาครัฐ...เอกชนขยายการลงทุนต่างจังหวัดคึกคัก    
 
อุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่คาดว่าในปี 2556 นี้ จะยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตได้เป็นตัวเลข 2 หลัก ด้วยอานิสงส์ของโครงการก่อสร้างภาครัฐ อาทิ แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ 2.27 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย การพัฒนาโครงข่ายระบบคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบชลประทานและโทรคมนาคม เป็นต้น และแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เป็นโครงการต่อเนื่องมาจากปี 2555 ได้แก่ การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายสาย เช่น สายสีม่วง (ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ) สายสีเขียว ส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค เป็นต้น
 
ในส่วนของการก่อสร้างภาคเอกชนปี 2556 ความคึกคักจะอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการขยายการลงทุนของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ไปยังจังหวัดสำคัญๆ มากขึ้น อาทิ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ การขยายฐานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการรายใหญ่จากกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม การเติบโตของโรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้า ฯลฯ 
 
ธุรกิจขนส่ง: ภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัว...กิจกรรมการค้าชายแดนหนุน
 
ภาพรวมของธุรกิจขนส่งในปี 2556 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ธุรกิจขนส่งจะยังสามารถเติบโตได้ดี ตามการฟื้นตัวของภาคส่งออก การขยายตัวของกิจกรรมการก่อสร้าง และความเจริญในท้องที่ต่างจังหวัด โดยปริมาณการขนส่งสินค้าทางถนนมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ด้วยแรงหนุนจากภาคการก่อสร้างที่เติบโต การขยายสาขาของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่รวมถึงการกระจายคลังสินค้าไปยังจังหวัดต่างๆในภูมิภาค และการเติบโตของกิจกรรมการค้าชายแดน ขณะที่การขนส่งทางเรือในปี 2556 คาดว่าจะกลับขึ้นมาเติบโตได้ดี จากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่คาดว่าจะมีการส่งออกเพิ่มขึ้น
 
สำหรับธุรกิจสายการบินจะมีทั้งการขนส่งสินค้าและขนคน ซึ่งในด้านของการขนส่งสินค้าในปี 2556 คาดว่าจะกลับมาเติบโต ขณะที่การขนส่งคนนั้น ธุรกิจสายการบินน่าที่จะเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงทั้งจากธุรกิจสายการบินทั่วไปและธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะการแข่งขันจากธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ ที่ต่างปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อรองรับการแข่งขันที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังได้มีการขยายเส้นทางบินใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ครอบคลุมมากขึ้น และเพื่อรองรับกับการเติบโตของธุรกิจ นอกจากนี้ ธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำยังได้รับปัจจัยหนุนธุรกิจจากการขยายตัวของความเป็นเมืองในภาคต่างๆ ของประเทศไทย และความต้องการของผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนมาใช้สายการบินต้นทุนต่ำมากขึ้น เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า อัตราการเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำของประเทศไทยในปีงบประมาณ 2556 อยู่ที่ประมาณร้อยละ 15.0-18.0 โดยที่จำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นเป็น 23-24 ล้านคนในปี 2556
 
ธุรกิจโรงพยาบาล: ขับเคลื่อนการเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย
 
สำหรับภาพรวมของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในปี 2556 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ความเคลื่อนไหวในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และการควบรวมกิจการของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนคาดว่า ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องในปี 2556 จากเดิมที่มีการควบรวมเป็นเครือข่ายเดียวกันระหว่างโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ด้วยกันเอง ก็เริ่มมีการมองหาพันธมิตร หรือเดินหน้าควบรวมกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาคมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ และเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนด้วยกันเอง รวมทั้งโรงพยาบาลของภาครัฐที่หันมาให้ความสนใจกลุ่มคนไข้ที่มีรายได้สูงมากขึ้น ประกอบกับการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558
 
นอกจากนี้แนวโน้มการขยายตัวของคนไข้ชาวต่างชาติ การรุกทำการตลาดของผู้ประกอบการกันอย่างเข้มข้นของผู้ประกอบการแต่ละรายและแผนการตลาดของภาครัฐที่จูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในไทยมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย (Medical Hub of Asia) ก็น่าจะยังคงเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจขยายตัว
 
ยางพารา ... ส่งออกน่าจะกลับมาเติบโตดีขึ้นจากความต้องการในตลาดโลก
 
ยางพาราเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ส่งออกอันดับ 1 ของไทย ทิศทางราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้น หลังจากปรากฏสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งน่าจะเป็นแรงหนุนให้ตลาดยางพาราโลกกลับมาขยายตัวดีขึ้นทั้งในด้านปริมาณและราคา นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนเสริมจากการอ่อนค่าของเงินเยน ประกอบกับอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่อันดับ 2 รองจากไทยคาดการณ์ว่าผลผลิตยางพาราในปี 2556 อาจลดลงร้อยละ 8.9 ซึ่งความร่วมมือของประเทศผู้ผลิตยางรายสำคัญ คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ในการรักษาเสถียรภาพยางน่าจะช่วยดึงราคายางให้สูงขึ้น โดยราคายางพาราในตลาดล่วงหน้าโตเกียวล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2555 ปรับตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน และสูงขึ้นกว่าร้อยละ 40 หากเทียบกับจุดที่เคยลงไปต่ำสุดเมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2555 ทั้งนี้ จากปัจจัยดังที่กล่าวมาข้างต้นน่าจะเป็นผลทำให้การส่งออกยางพาราของไทยกลับมาขยายตัวดีขึ้น จากปัจจัยด้านราคาเป็นสำคัญ
 
 
 
แม้ว่าในปี 2556 จะเป็นปีที่ภาพของเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณของการฟื้นตัว ซึ่งน่าจะพอเป็นแรงส่งให้ธุรกิจส่งออกหลายสาขามีทิศทางกระเตื้องขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากธุรกิจเหล่านั้นจะมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวที่เป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ สำหรับธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในปี 2556 นี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดว่าในปี 2556 นี้ การผลิตรถยนต์ในประเทศไทยจะทำสถิติใหม่สูงถึงประมาณ 2.5-2.6 ล้านคัน  ขณะที่ธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสาร ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจโทรคมนาคม และธุรกิจทีวี (ทั้งทีวีดาวเทียม เคเบิ้ลทีวีและดิจิทัลทีวี) คาดว่าจะเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวเด่นที่จะมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนเฉพาะที่สำคัญอย่างการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบในการดำเนินกิจการโทรทัศน์ทั้งเคเบิ้ลทีวีและฟรีทีวี รวมถึงความชัดเจนจากการประมูลเครือข่าย 3G และดิจิทัลทีวี
 
นอกจากนี้ยังมีธุรกิจก่อสร้าง คาดว่าจะเป็นอีกธุรกิจที่เติบโตอย่างโดดเด่น จากอานิสงส์โครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและการที่ภาคเอกชน เช่น ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และโรงงานอุตสาหกรรมต่างมีแผนขยายการลงทุนต่างจังหวัดคึกคัก ขณะที่ธุรกิจขนส่งในปี 2556 จะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออก การก่อสร้าง การขยายตัวของภาคธุรกิจที่ออกไปสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น และการเติบโตของกิจกรรมการค้าชายแดน
 
   ธุรกิจยางพาราจะได้รับแรงหนุนจากทิศทางราคายางพาราเริ่มปรับตัวสูงขึ้นและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน รวมถึงธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งแรงบวกสำคัญประการหนึ่ง ได้แก่ แผนการตลาดของภาครัฐที่จูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในไทยมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย (Medical Hub of Asia)
 
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของภาคธุรกิจส่วนใหญ่โดยเฉลี่ยแล้วอาจยังขยายตัวเพียงในระดับปานกลาง โดยสถานการณ์ธุรกิจภายในประเทศยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ทั้งจากการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ การปรับลดการอุดหนุนราคาพลังงานลง และการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า Ft ซึ่งการปรับขึ้นของต้นทุนจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องมายังการปรับขึ้นของราคาสินค้าในปี 2556 ขณะเดียวกันก็มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก ซึ่งจะสร้างความท้าทายให้กับผู้ประกอบการไทยที่จำเป็นต้องปรับตัวให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และสามารถสร้างผลกำไรให้เติบโตได้ต่อเนื่อง
 
สำหรับธุรกิจที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตในระดับปานกลาง แม้จะไม่โดดเด่น แต่ก็มีปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจที่มีทิศทางบวก อาทิ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่แม้ว่าตลาดในกรุงเทพฯและปริมณฑลจะทรงตัว แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดกลับมีความคึกคักมาก หรืออุตสาหกรรมอาหาร 
 
โดยรวมจะยังมีความเสี่ยงจากเรื่องต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตลาดคู่ค้าสำคัญอย่างยุโรปยังอ่อนแอ แต่ตลาดส่งออกอาหารที่สำคัญอื่นๆ เช่น อาเซียน ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ อิรัก และซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น ก็มีแนวโน้มความต้องการนำเข้าอาหารที่เพิ่มขึ้นจากไทย สำหรับธุรกิจที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตปานกลางอื่นๆ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม และธุรกิจพลังงาน เป็นต้น 
 
ขณะที่บางภาคธุรกิจอาจต้องเผชิญกับความยากลำบากในการที่จะฝ่าฟันให้ผ่านพ้นปัจจัยลบที่รุมล้อม ซึ่งบางปัจจัยก็เป็นปัจจัยเฉพาะของธุรกิจนั้นๆ และอาจส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง เช่น ปัจจัยด้านการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน สภาวะเศรษฐกิจและมาตรการการค้าของประเทศคู่ค้า ตลอดจนสภาพการแข่งขัน โดยตัวอย่างธุรกิจที่เผชิญความท้าทายในปี 2556 อาทิ ธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ  ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และธุรกิจเครื่องหนัง เป็นต้น
 


กลับขึ้นด้านบน