วังวน "ขอทาน" ปัญหาที่ตามแก้ไม่จบ

วังวน "ขอทาน" ปัญหาที่ตามแก้ไม่จบ

วังวน "ขอทาน" ปัญหาที่ตามแก้ไม่จบ

รูปข่าว : วังวน "ขอทาน" ปัญหาที่ตามแก้ไม่จบ

วังวน ตำรวจยอมรับการแก้ปัญหาขอทานที่พบมากตามแหล่งชุมชน ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย และพบว่า หลังจับกุมและผลักดันออกนอกประเทศ ยังพบว่า กลุ่มบุคคลเหล่านี้ลักลอบเข้ามาอีกเป็นระยะ

ริมฟุตบาทชิงสะพาน และ สะพานลอยคนข้าม ในแหล่งที่มีคนพลุกพล่าน เช่นอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิยังสามารถพบเห็นเด็ก และ คนแก่ชาวกัมพูชามานั่งขอทานอยู่เป็นระยะไม่ต่างกับย่านถนนสุขุมวิทและอโศก

ทีมข่าว "ไทยพีบีเอส" ติดตามกลุ่มขอทานจนพบว่า รวมตัวกันพักอยู่บ้านหลังหนึ่งในย่านปริมณฑล และ เวลาประมาณ 04.00 น.ของทุกวันกลุ่มหญิงกัมพูชาพร้อมด้วยเด็ก ๆ จะออกจากที่พักไปขอทานตามจุดต่าง ๆ

นายธนะพัฒน์ รัตนาวลีพงษ์ หัวหน้าโครงการรณรงค์ยุติธุรกิจเด็กขอทาน มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยว่า ขอทานเหล่านี้ร้อยละ 80 มาจากประเทศกัมพูชา เนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ตกต่ำทำให้ต้องเข้ามาขอทานในกรุงเทพฯ โดยจะมีการนำเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 10 ขวบ เข้ามาร่วมขอทานตั้งแต่เช้ามืดจนถึงค่ำ

ขณะที่การปราบปรามขอทาน หรือ การค้ามนุษย์ ตำรวจยังดำเนินการเข้มงวด แต่จะเป็นลักษณะจับดำเนินคดีส่งกลับประเทศแล้วกลุ่มคนพวกนี้จะลักลอบกลับเข้ามาอีก

ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และ ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงปัญหาเด็กที่เข้ามาขอทานในกรุงเทพมหานครว่า ยังเป็นปัญหาที่แก้ยาก และ ต้องทำงานร่วมกันในทุกหน่วยงาน

และเมื่อขอทานเหล่านี้ถูกจับส่วนหนึ่งจะถูกส่งไปดูแลที่สถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด หรือ บ้านภูมิเวท เพื่อฟื้นฟูจิตใจ และให้การศึกษาเพิ่มเติมซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 3 - 6 เดือน ในการติดตามครอบครัวในต่างประเทศ ก่อนที่จะนำตัวส่งกลับประเทศของตนเอง โดยวิธีการติดต่อแบบรัฐต่อรัฐ

ผู้ปกครองบ้านภูมิเวท ยอมรับว่า ที่ผ่านมาบ้านภูมิเวทเคยรับเด็กขอทานที่เข้ามาพักฟื้นที่นี่แล้วกลับเข้ามาอีกครั้งปีละ 1-2 คน แต่ยังมีจำนวนเด็กที่ยังจับกุมไม่ได้กลับเข้ามาในไทยอีกมาก


กลับขึ้นด้านบน