คนทั่วโลกนิยมระบบปฏิบัติการของ "แอนดรอย" ยอดขายพุ่ง

คนทั่วโลกนิยมระบบปฏิบัติการของ "แอนดรอย" ยอดขายพุ่ง

คนทั่วโลกนิยมระบบปฏิบัติการของ "แอนดรอย" ยอดขายพุ่ง

รูปข่าว : คนทั่วโลกนิยมระบบปฏิบัติการของ "แอนดรอย" ยอดขายพุ่ง

คนทั่วโลกนิยมระบบปฏิบัติการของ โดย : สุกัลยา ศักดิ์อุดมเลิศ การ์ทเนอร์ อินซ์ องค์กรให้ข้อมูลการวิจัยชั้นนำของโลกด้านเทคโนโลยี ระบุในปี 2012 ยอดขายสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอย์ จะสูงกว่าร้อยละ 70 ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นกว่าปี 2011 กว่าร้อยละ 50 ขณะที่ระบบปฏิบัติการของไอโฟนลดลงจากปี 2011

ในปี 2012 นี้เทคโนโลยี มีบทบาท และเข้าถึงบุคคลในสังคมอย่างกว้างขวาง อีกทั้งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งผู้ใช้งานที่มีมากขึ้น รวมถึงทางเลือกที่จะรองรับเทคโนโลยีต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสำนักวิจัยไอดีซี (IDC) ทำการสำรวจตลาดสมาร์ทโฟนของโลกในช่วงไตรมาสที่ 3 ตั้งแต่เตือนกรกฎาคม-กันยายน 2012 พบว่า ทั้งโลกสามารถขายโทรศัพท์มือถือได้ทั้งสิ้น 444 ล้านเครื่องโดยร้อยละ 40 เป็นสมาร์ทโฟน

ซึ่งโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนในปี 2012 นี้ถือว่า เป็นปีทองของสมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการแอนดรอย์ (Android) เนื่องจากผู้คนเริ่มใช้ เริ่มรู้จัก ระบบปฏิบัติการนี้ และเชื่อถึงประสิทธิภาพของแอนดรอย์ การ์ทเนอร์ อินซ์ (Gartner Inc) องค์กรที่ให้ข้อมูลวิจัยชั้นนำของโลกด้านเทคโนโลยี เพื่อการตัดสินใจเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยี เปิดเผยผลวิจัยเมื่อเดิอนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ในปี 2012 ว่ายอดขายสมาร์ทโฟนที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอย์ สูงถึงร้อยละ 72.4 ซึ่งสูงขึ้นกว่าปี 2011 ถึงร้อยละ 52.5 ซึ่งขณะที่ระบบปฏิบัติการของไอโฟนตกลงจากปี 2011ที่เคยทำได้ร้อยละ 15 มาเป็นร้อยละ 13.9 การ์ทเนอร์ อินซ์ ได้ให้เหตุผลที่ยอดขายในไตรมาสที่ 3 ของระบบปฏิบัติการของไอโฟนตกลงเป็นเพราะลูกค้ารอไอโฟน 5 แต่หลังจากไอโฟน 5 ออกวางจำหน่ายน่าจะส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

 


“ไลน์” (Line)
 แอพลิเคชั่นสัญชาติญี่ปุ่นที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก โดย ไลน์ เป็นแอพฯ สำหรับผู้นิยมการสนทนาผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นแอพฯ น้องใหม่มาแรงแซงแอพลิเคชั่น ว้อทส์แอพ (Whats app) ที่โด่งดัง เนื่องจากไลน์มีตัวสติ๊กเกอร์เป็นการ์ตูนที่น่ารัก และสามารถส่งได้ทั้งข้อความตัวอักษร, ภาพ, เสียง, ภาพเคลื่อนไหว รวมทั้งสามารถโทรหากันได้ฟรี ด้วยยอดดาวน์โหลดที่ทางผู้ผลิตได้ฉลองมีว่ามีผู้ใช้งานถึง 80 ล้านคน เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งระบบปฏิบัติการ แอนดรอย์ ไอโฟน และกระทั่งเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์พกพา และแท็บเล็ต

ส่วนแอพลิเคชั่น แชร์รูปภาพอันดับหนึ่งในขณะนี้คงหนีไปพ้น “อินสตาแกรม” (Instargram) ที่ในช่วงแรกเปิดให้บริการเฉพาะ สมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการของไอโฟนเท่านั้น แต่หลังจากทนกระแสเรียกร้องจากบรรดาผู้ใช้ สมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการแอนดรอยส์ไม่ไหวจนต้องเปิดบริการด้วย และหลังจากเปิดให้บริการในระบบปฏิบัติการแอนดรอยส์นั้น ทางบริษัทผู้ผลิดได้เปิดเผยยอดดาวน์โหลดอันถล่มทลายมากกว่า 27 ล้านครั้ง ส่วนสาเหตุที่แอพพลิเคชั่น ดังกล่าวได้รับความนิยมเนื่องจากเหล่าบรรดาคนดังทั้งหลายหันมาอัพโหลดรูปตนเองผ่านอินสตาแกรม ดังกล่าว จนทำให้เป็นที่รู้จัก และมีผู้ติดตามมากมาย

ส่วน "ทวิตเตอร์" (Twitter) หนึ่งในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่นักโซเชี่ยลมีเดียไม่มีใครไม่รู้จัก ด้วยรูปแบบการใช้งานที่ง่าย เข้าถึงได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย และสามารถแชร์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งข้อความตัวหนังสือ หรือภาพ ดิกค์ คอสโทโล (Dick Costolo) ซีอีโอของบริษัทเผยผ่านสื่อต่างประเทศว่า ทวิตเตอร์ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยยอดผู้ใช้แอคทีฟมากกว่า 100 ล้านรายทั่วโลก และ 50 ล้านรายที่ใช้งานระบบทุกวัน อีกทั้งยังมีนักวิเคราะห์กล่าวว่า มีบัญชีผู้ใช้ ทวิตเตอร์ เป็นจำนวนมากถูกใช้สำหรับการแพร่กระจายข่าวสารขององค์กร โดยใช้ ทวิตเตอร์ เป็นช่องทาง นอกจากนี้ สื่ออย่าง ซีเอ็นเอ็น (CNN) และ ครอนนิเคิล (Chronicle) ยังมีบัญชีผู้ใช้ Twitter หลายอันในการแพร่กระจายหัวข้อข่าวของทางสถานีอีกด้วย

เมื่อเอ่ยถึงโซเชียลมีเดียอย่างทวิตเตอร์ ถ้าจะไม่พูดถึง "เฟสบุ๊ค" (Facebook) เลยคงเป็นไปไม่ได้ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟสบุ๊คโพสต์ข้อความอัปเดทสถิติใหม่ล่าสุดไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทเมื่อเดือนตุล่คมที่ผ่านมา โดยระบุว่าจำนวนผู้ใช้งานประจำของเฟสบุ๊คนั้นมีจำนวนมากกว่า 1,000 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งมาร์ค ซักเคอร์เบิร์กยืนยันว่าจะพัฒนาเฟสบุ๊ค ให้ดีขึ้นสำหรับทุกคน และคาดว่าวันหนึ่งเฟสบุคจะสามารถเชื่อมต่อคนทั่วโลก หรืออีก 5,000 ล้านคนที่เหลือ

 

 

การเติบโตด้านเทคโนโลยี สมาร์ทโฟน และโซเชี่ยลมีเดียในไทย นายอติชาญ เชิงชวโน พิธีกรรายการด้านไอที เผยว่าในปี 2012 นี้บริษัท ซัมซุงของเกาหลีสามารถทำตลาดสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอย์ให้เป็นที่รู้จัก และเติบโตขึ้นจนครองอันดับ 1 ในตลาด แซงหน้า แอปเปิ้ลที่ครองอันดับ 1 ในตลาดสมาร์ทโฟนมาหลายปีได้ เนื่องจากสามารถทำสมาร์ทโฟนในราคาที่ถูกลง และผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งถือว่า เป็นจุดเปลี่ยนของตลาดมือถือจากปี 2011 อีกด้วย และเชื่อว่าใน ปี 2012 นี้ประไทยมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนมากกว่า 10 ล้านเครื่อง เนื่องจากเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แอพพลิเคชั่นไลน์ ได้เข้ามาเปิดตลาดในไทย พร้อมประกาศว่ามีผู้ใช้บริการไลน์ในไทยแล้วมากกว่า 10 ล้านบัญชี ซึ่งแอพลิเคชั่นไลน์นี้สามารถใช้ได้เฉพาะมือถือสมาร์ทโฟนเท่านั้น

ส่วนตลาดสมาร์ทโฟนในปีหน้าที่น่าจับตามอง นายอติชาญ มองว่า "วินโดวส์ โฟน" (Windows Phone) ที่บริษัทไมโครซอฟ เป็นผู้ผลิตขึ้นในชื่อ "วินโดวส์ 8" ซึ่งถือเป็นตัวละครใหม่ที่น่าจับตา เนื่องจากมีการเริ่มตีตลาดแล้วในช่วงปลายปีที่ 2012 อีกทั้งแอพลิเคชั่นยอดนิยมอย่าง เฟสบุ๊ค, ทวิตเตอร์, ไลน์ มีพร้อมให้ใช้งานแล้ว ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิตอินสตาแกรม ประกาศแล้วว่าจะมีแอพลิเคชั่นลงในวินโดวส์ 8 ในต้นปี 2013 ด้วย แต่ทางไมโครซอต้องเร่งทำตลาด และอาจต้องใช้เวลาที่จะทำให้เป็นที่รู้จัก

ตลาดสมาร์ทโฟน 2013 อีกตัวที่น่าจับตาคือ "แบล๊คเบอร์รี่" (Black Berry) ที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการใหม่ในชื่อ "แบล็คเบอร์รี่ เทรน" ที่จะเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในวันที่ 30 ม.ค. 2013 ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสสุดท้ายของแบล็คเบอร์รี่ ที่จะทำตลาดมือถืออีกครั้ง

เทรนแอพลิเคชั่นด้านโซเชี่ยลมีเดีย บนสมาร์ทโฟน นายอติชาญ เผยว่า เฟสบุ๊คยังสามารถครองยอดดาวน์โหลด และยอดผู้ใช้งานเป็นอันดับ 1 ของทุกประเทศทั่วโลก ส่วนอันดับ 2 คือ แอพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งคนไทยนิยมใช้มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น รองลงมาคือ แอพลิเคชั่นอินสตาแกรมที่ในปี 2012 นี้ อินสตาแกรมได้เปิดให้ใช้ในระบบปฏิบัติการแอนดรอย์ ทำให้มียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และในไทยที่มีผู้นิยมใช้อินสตาแกรมเนื่องจากคนไทยมีพฤติกรรมตามดูนักแสดง นักร้อง หรือดาราที่ตนชื่นชอบ ซึ่งสังเกตุได้จาก รูปภาพของดาราไทยจะติดอันดับยอดนิยมในอินสตาแกรมของโลกบ่อยครั้ง

 

ทั้งนี้ นายอติชาญ เชื่อว่าในปี 2013 คนไทยจะใช้โซเชี่ยลมีเดียมากขึ้นเนื่องจาก จะมีสัญญาน 3จี อย่างเป็นทางการ และสมาร์ทโฟนมีราคาที่ถูกลง คนสามารถเข้าถึงสมาร์มโฟนได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้คนสามารถใช้โซเชี่ยลมีเดียผ่านสมาร์ทโฟนได้มากขึ้นตามไปด้วย

ด้านนายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โชว์ไร้ขีดจำกัด ระบุว่าในปี 2012 ยอดการขายโทรศัพท์ บริษัท ซัมซุง สามารถทำยอดขายได้มากเป็นอันดับ 1 ของโลก ส่วนในประเทศไทยนั้น ซัมซุงก็สามารถสร้างยอดขายได้เป็นอันดับ 1 เช่นกัน รองจาก โนเกีย เนื่องจาก 2 ยี่ห้อนี้ มีโทรศัพท์มากมายหลากหลายรุ่น หลายราคา ทำให้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า

นายพงศ์สุข ยังระบุอีกว่าปี 2012 ที่ผ่านมา ตลาดของกล้องดิจิตอลซบเซาอย่างมากเนื่องจาก โทรศัพท์มือถือมีกล้องติดมาด้วยความละเอียดสูงถึง 8 ล้านพิกเซล และสามารถแชร์ลงบนโซเชี่ยลมีเดียได้ทันที

 

ส่วนตลาดโทรศัพท์มือถือในปี 2013 นั้น นายพงศ์สุข ระบุว่าแนวโน้มของสมาร์ทโฟนจะเป็นแบบโฟนเล็ต คือสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอใหญ่ขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นแทบเล็ต เนื่องจากการทำตลาดของสมาร์ทโฟนในปี 2012 ที๋โทรศัพท์หน้าจอที่ใหญ่ สามารถทำยอดขายได้ดี

ผศ.กานดา รณนะพงศา สายแก้ว รองผู้อำนวยการศูนย์คอมพิวเตอร์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยผลการศึกษาการใช้โซเชียลมีเดียในไทยพบว่าอัตรการใช้งานเฟสบุคของไทย พบว่าในช่วงเดือน กรกฎาคม-ธันวาคม 2555 มีผู้ใช้บริการ เฟซบุคเพิ่มขึ้นถึงกว่าร้อยละ 27 และประเทศไทยมีผู้ใช้บริการเฟซบุคมาเป็นอันดับที่ 14 ของโลก ในขณะที่ กทม.เป็นเมืองมีผู้ใช้เฟซบุคเป็นอันดับ 1 ของโลก คือมีผู้ใช้บริการกว่า 12 ล้านบัญชี

ด้านผลกระทบ ผศ.กานดา ระบุว่าประโยชน์ของโซเชี่ยลมีเดียคือการแบ่งปันความรู้ หรือการขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ที่สามารถกระจายข่าวได้อย่างรวดเร็ว ส่วนผลเสียของโซเชี่ยลมีเดียแบ่งได้ 3 ประเภท ดังนี้

1.การใช้โซเชียลมีเดีย ไม่ถูกกาละเทศะ สถานที่ และเวลา ทำให้การสื่อสารกับคนรอบข้างลดน้อยลง
2. คนมักเข้าใจผิดเรื่องความเป็นส่วนตัวในโซเชี่ยลมีเดียเช่น การแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุค แล้วคิดว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ไม่มีใครเห็น การโพสด้วยถ้อยคำที่รุนแรงจนทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียได้
3. การพบเพื่อนทางโซเชี่ยลมีเดีย และยังไม่รู้จักนิสัย หรือพฤติกรรมที่ดีพอ ซึ่งอาจทำให้ถูกล่อลวงได้

ทั้งนี้ ผศ.กานดา ระบุว่าแนวโน้มของการใช้โซเชี่ยลมีเดียในปี 2013 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากในปัจจุบันคนไทยมีอัตราการใช้โซเชี่ยลมีเดียเพียงร้อยละ 6.8 เท่านั้น และด้วยความสะดวก และรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร จะทำให้การเติบของการใช้โซเชียลมีเดียมีมากขึ้น


กลับขึ้นด้านบน