"โปรโซน" เทคโนโลยีในการวิเคราะห์เกมส์ ปัจจัยพัฒนาฟุตบอลไทย

"โปรโซน" เทคโนโลยีในการวิเคราะห์เกมส์ ปัจจัยพัฒนาฟุตบอลไทย

"โปรโซน" เทคโนโลยีในการวิเคราะห์เกมส์ ปัจจัยพัฒนาฟุตบอลไทย

รูปข่าว : "โปรโซน" เทคโนโลยีในการวิเคราะห์เกมส์ ปัจจัยพัฒนาฟุตบอลไทย

ปัจจัยสำคัญที่ฟุตบอลไทยกลับมามีชีวิตชีวาอีกหน เพราะทีมไทยเล่นเป็นระบบ ถูกใจแฟนบอล จึงเรียกกระแสฟีเวอร์บอลไทยกลับมาได้ แต่ทางด้านเทคนิคแล้ว วินฟรีด เชเฟอร์ เป็นกุนซือไทยคนแรกที่ใช้เทคโนโลยีในการวิเคราะห์เกมส์อย่างจริงจัง โปรแกรมนี้เรียกว่า โปนโซน ซึ่งกุนซือชื่อดังทั่วโลกใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนานักเตะในทีม

อย่างแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงสำหรับทีมชาติไทยคือการศึกษาเกมส์ของคู่ต่อสู้อย่างจริงจัง และที่สำคัญเขาทำให้นักเตะเห็นข้อผิดพลาดของตัวเองด้วย จนในที่สุดนักเตะสามารถจดจำสไตล์การเล่นของคู่ต่อสู้ได้ กรณีนี้เห็นได้ชัดจากเกมส์ที่ไทยบุกไปแพ้ออสเตรเลีย 1:2 ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ซึ่งนัดนั้นไทยนำก่อน 1:0 หลังจากนั้นทีมไทยก็ได้รับความชื่นชมอย่างมากจากแฟนบอล และสื่อมวลชนของออสเตรเลีย ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกวินนี่เกือบพาทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายเอเชีย

ในฟุตบอลซูซูกิคัพ ยังเป็นครั้งแรกที่วินนี่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์เกมส์ ซึ่งเรียกว่าโปรแกรม โปรโซน หลายทีมในพรีเมียร์ลีกอังกฤษก็นำมาใช้วิเคราะห์คู่ต่อสู้เช่นกัน อาทิ อาร์เซน่อล เชลซี เอฟเวอร์ตัน หรือแม้กระทั่งสโมสรรีล มาดริด สถิติต่างๆ จะปรากฏอย่างละเอียด รวมถึงมีการแสดงภาพให้เห็นแบบแอนนิเมชั่น ซึ่งง่ายต่อการเข้าใจ บรรดากุนซือชั้นนำของโลกต่างชื่นชอบโปรโซน ซึ่งรวมถึงอาแซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซนอล ซึ่งพูดถึงโปรแกรม ปรโซนนี้ว่าได้ประโยชน์ทั้งการวางแผนในการฝึกสอน และการวางแผนการเล่น วางแทคติก และทำให้ทักษะดีขึ้นได้

ในการแข่งขันนัดที่ไทยชนะมาเลเซีย 2:0 ในรอบรองชนะเลิศ โปรแกรมโปรโซน วิเคราะห์การเล่นของไทยว่า ทีมไทยมีการต่อบอลทั้งหมด 393 ครั้ง และประสบความสำเร็จร้อยละ 87 ส่วนลูกอันตรายของมาเลเซียมาจากบอลยาว โปรแกรมนี้วิเคราะห์ว่าสิ่งที่ทำให้ไทยชนะมาจากการเก็บบอลจากลูกกลางอากาศได้ทั้งหมดของ ภาณุพงษ์ วงศา

เทคโนโลยีนี้ ชี้ให้เห็นประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง แต่น่าเสียดายที่ไทยเริ่มรู้จักเทคโนโลยีนี้ช้าไปหน่อย แต่หากย้อนกลับไปดูผลงานของทีมชาติไทยภายใต้กุนซือชาวต่างชาติทั้ง 3 คน นับตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน วินฟรีด เป็นกุนซือที่มีผลงานดีที่สุด ปีเตอร์ รีด คุมทีม 1 ปี ไทยชนะ 8 ครั้ง เสมอ 4 และแพ้ 3 ครั้ง, ไบรอัน ร็อบสัน คุมทีมเกือบ 2 ปี ทีมไทยชนะ 7 เสมอ 4 และ แพ้ 7 ครั้ง ขณะที่ วินฟรีด เชเฟอร์ คุมทีมเกือบ 1 ปี ไทยชนะ 14 ครั้ง เสมอ 6 และ แพ้ 8 ครั้ง

เชเฟอร์คือผู้ที่ทำให้ทีมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แสดงว่าทีมไทยยังมีทางกลับมาเป็นที่ 1 ในอาเซียนได้อีกครั้ง ที่สำคัญฟุตบอลไทยกำลังกลับมามีชีวิตชีวา เพราะการเล่นที่เป็นระบบแบบแผนมากขึ้น แม้จะไม่ได้แชมป์ซูซูกิคับสมัยที่ 4 แต่แฟนบอลก็ยังอ้าแขนรับ จนในที่สุดสมาคมฟุตบอลยอมทบทวน และให้เขาคุมทีมต่อจนหมดสัญญาในปี 2014


กลับขึ้นด้านบน