"เดวิด เบ็คแค่ม"ยอดนักเตะผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการกีฬา

"เดวิด เบ็คแค่ม"ยอดนักเตะผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการกีฬา

"เดวิด เบ็คแค่ม"ยอดนักเตะผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการกีฬา

รูปข่าว : "เดวิด เบ็คแค่ม"ยอดนักเตะผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการกีฬา

นักเตะที่ทรงอิทธิพลอย่าง เดวิด เบคแค่ม สามารถทำให้คนอเมริกันหันมาสนใจฟุตบอล หรือ ซอคเกอร์ มากขึ้นจนกลายเป็นกีฬายอดนิยมอันดับ 2 รองจากอเมริกันฟุตบอลได้ภายในเวลาเพียง 6 ปีที่เขาค้าแข้งอยู่กับ แอลเอ แกแลคซี่

เบคแค่มตกเป็นข่าวในการย้ายกลับไปพรีเมียร์ลีก โดยมีหลายสโมสรให้ความสนใจ รวมทั้งลีกต่าง ๆ ในยุโรป เดลี่ย์ เมลล์ สื่อในอังกฤษมีการวิเคราะห์ว่าสุดท้ายแล้วเบคแค่มในวัย 37 ปีจะเลือกปิดฉากอาชีฟการค้าแข้งกับทีมในลอนดอน เพราะทั้งเบคแค่ม และ วิคตอเรีย กำลังเดินทางไปเลือกโรงเรียนสำหรับลูก ๆ ของพวกเขาในกรุงลอนดอน

ถ้าพลิกล็อกพวกเขาไม่เลือกสโมสรในลอนดอนเดลี่ย์ เมลล์ คาดว่าเขาอาจจะตัดสินใปเล่นให้กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในลีกเอิง หลังจากมีข่าวว่ากกลุ่มทุนจากการ์ตาร์พร้อมทุ่มค่าเหนื่อยถึง 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 10 ล้านบาทให้พิจารณา ยังเหลือเวลาอีก 29 วันให้เขาได้ตัดสินใจเพราะตลาดซื้อขายนักเตะรอบใหม่จะเปิดในวันที่ 31 มกราคม มีการวิเคราะห์ว่าสาเหตุที่เบคแค่มตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับแอลเอ แกแลคซี่ เพราะอยากกลับไปยุโรปโดยแรงจูงใจอันดับหนึ่งคือต้องการกลับไปเล่นกับทีมที่มีโอกาสเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเท่านั้น

เบคแค่มเป็นนักเตะที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในโลกคือ เดวิด เบคแค่ม ซึ่งไม่ต่อสัญญากับแอลเอแกแล็กซี่ในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2007 ที่เบคแค่มย้ายจากรีล มาดริด ไปอยู่กับ แอลเอ แกแลคซี่ เขาปลุกแกระแสความนิยมกีฬาฟุตบอล หรือ ซอคเกอร์ในสหรัฐให้คึกคักอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากเดิมที่มีเพียง 15 ทีม ก็เพิ่มเป็น 19 ทีม มีผลให้ค่าเฉลี่ยของผู้ชมเกมส์ในแต่ละนัดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยอดแฟนบอลของแอลเอ แกแลคซี่ที่สูงเป็นประวัติกาลอีกด้วย ตลอด 6 ปีที่เขาอยู่กับแอลเอ แกแลคซี่ เบคแค่ม พาทีมคว้าแชมป์ 2 สมัยในปี 2011 และ 2012

ที่สำคัญที่สุดคือเบคแค่มทำให้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างมาก สถานีที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอย่าง อีเอสพีเอ็น และ เอ็นบีซี สปอร์ต การันตีว่ายอดผู้ชมทางโทรทัศน์พุ่งทะยานมากขึ้นในเวลา 6 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2012 ที่ผ่านมามีการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลเพิ่มขึ้นหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐซึ่งขณะนี้คนอเมริกันนิยมดูฟุตบอลต่างประเทศมากขึ้น มีรายงานว่าเอ็นบีซีจ่ายไปถึง 250 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 7,750 ล้านบาท ในการซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกใน 3 ฤดูกาลต่อจากนี้ นอกจากนั้นสถานีโทรทัศน์หลายช่องในสหรัฐยังลงขันซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในปี 2018 และ 2022 ไปแล้วกว่า 1,100ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้สหรัฐกลายเป็นประเทศที่ทุ่มซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกสูงที่สุดไปแล้ว


กลับขึ้นด้านบน