กูรูอสังหาริมทรัพย์ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยปี 56 ทำเลภูมิภาคมาแรง-คอนโดเนื้อหอม

กูรูอสังหาริมทรัพย์ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยปี 56 ทำเลภูมิภาคมาแรง-คอนโดเนื้อหอม

กูรูอสังหาริมทรัพย์ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยปี 56 ทำเลภูมิภาคมาแรง-คอนโดเนื้อหอม

รูปข่าว : กูรูอสังหาริมทรัพย์ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยปี 56 ทำเลภูมิภาคมาแรง-คอนโดเนื้อหอม

กูรูอสังหาริมทรัพย์ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยปี 56 ทำเลภูมิภาคมาแรง-คอนโดเนื้อหอม นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้านเชื่อคอนโดมิเนียมยังเนื้อหอมในปี 56 เนื่องจากราคาไม่แพงเมื่อเปรียบเทียบกับบ้านในทำเลเดียวกัน และสามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ พร้อมมองธุรกิจรับสร้างบ้านจะขยายตัวไปภูมิภาคมากขึ้น ขณะที่นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรประสานเสียงคอนโดมิเนียมยังขยายตัวดีในปี 56 ส่วนโครงการบ้านหลังแรกไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก

ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2555 ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควร หลังจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประสบเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง และปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคยังกังวลว่าน้ำจะท่วมซ้ำอีก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม และปัญหาที่สำคัญคือแรงงานขาดแคลนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง

บริษัทหลายแห่งต้องหันมาพึ่งเทคโนโลยีก่อสร้าง หรือระบบก่อสร้างสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูป รวมถึงเครื่องมือก่อสร้าง เพื่อทดแทนการใช้แรงงานคน และทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น และแม้ว่าภาครัฐจะออกนโยบายโครงการบ้านหลังแรกมาช่วยผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่สามารถกระตุ้น และช่วยเหลือได้มากนัก อนาคตของอสังหาริมทรัพย์ในปี 56 จะเป็นอย่างไร ลองไปพบกับมุมมองของผู้บริหารของวงการอสังหาริมทรัพย์กัน
                        
นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา กรุ๊ป จำกัด ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2556 คาดว่าที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมยังขยายตัวดี โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากธุรกิจบ้านจัดสรรในปี 2555 เติบโตกว่าปี 2554 โดยแบ่งเป็นอาคารชุด 60% พื้นที่ราบ 30% อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าธุรกิจบ้านจัดสรรจะขยายตัวไปในภูมิภาคมากขึ้น เช่น ภาคตะวันออก อย่าง ระยอง ชลบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือหลายจังหวัด

ส่วนสาเหตุที่มีการขยายไปในภูมิภาคมากขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินเพิ่มขึ้นไปมาก โดยคอนโดมิเนียมมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นในปี 2555 แต่ในกรุงเทพฯกลับเติบโตเพียง 2-3% ขณะที่การเติบโตในเขตปริมณฑล เช่น สมุทรปราการ เติบโตขึ้น 50% นนทบุรี เติบโตขึ้น 30% ที่เหลือเป็นปทุมธานี และสมุทรสาคร เนื่องจากราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้น โดยในเขตกรุงเทพฯ พื้นที่ 1 ไร่อาจสร้างได้ 5 เท่าของที่ดิน ขณะที่ในเขตปริมณฑลอาจสร้างได้สูงถึง 10 เท่าของที่ดิน

ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้าคาดว่ายังไม่ปรับขึ้นไปมาก เนื่องจากในปีนี้ได้ปรับลดไป 0.25% ซึ่งการที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ ส่งผลให้คนมีกำลังในการซื้ออสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ส่วนโครงการบ้านหลังแรกมองว่าไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก มูลค่าโครงการอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท แต่ในปี 2555 มีผู้มาใช้สิทธิ์ในโครงการเพียง 7,000 - 8,000 ล้านบาทเท่านั้น

นายอิสระ กล่าวเพิ่มเติมว่า น้ำท่วมมีส่วนต่อพฤติกรรมเล็กน้อยต่อคนซื้อ อย่างไรก็ตาม มองว่าในปีหน้าแรงงานจะมีรายได้มากขึ้น ซึ่งไม่นับรวมแรงงานมีฝีมือ ส่วนค่าแรง 300 บาทกระทบต่อผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัว ซึ่งในปัจจุบัน ภาคอสังหาริมทรัพย์มีการขาดแคลนแรงงาน โดยต้องมีการนำอุปกรณ์สำเร็จรูปมาใช้เพื่อลดผลกระทบ

ส่วนปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรปไม่กระทบเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียยังดีอยู่ จึงกระทบไม่มาก และอัตราดอกเบี้ยยังต่ำ การที่อัตราดอกเบี้ยต่ำที่ระดับ 6-7% ทำให้กระทบเศรฐกิจ และการลงทุนไม่มาก และยังขยายตัวได้ ขณะที่ปัจจัยการเมือง ทุกฝ่ายมีความเป็นห่วง หากไม่มีความรุนแรงเหมือนที่ผ่านมาก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ด้านนายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะนายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2556 โดยในส่วนของธุรกิจรับสร้างบ้านจะมีการขยายตลาดไปในต่างจังหวัด วัสดุก่อสร้าง ขยายตัว ค้าปลีกบูมหนักในต่างจังหวัดมาก เช่น ไทวัสดุ บริษัท บริษัทสยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสซีจี เน็ตเวิร์ค แมเนจเม้นท์ จำกัด ที่บุกหนักในต่างจังหวัด เช่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา ซึ่งยังเป็นการรองรับประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาซื้อวัสดุก่อสร้างด้วย

ส่วนค่าแรง 300 บาท ธุรกิจรับสร้างบ้านได้รับผลกระทบไม่รุนแรง แต่การขาดแคลนแรงงานในธุรกิจรับสร้างบ้านจัดสรรหนักกว่า เพราะแรงงานหายไปจากระบบ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจรับสร้างบ้านไม่ได้รับอานิสงส์จากโครงการบ้านหลังแรก เนื่องจากไม่อยู่ในเงื่อนไขของนโยบายภาครัฐ ขณะที่ลูกค้าของธุรกิจรับสร้างบ้านจะเป็นลูกค้าที่อยู่ในธุรกิจ SME ส่วนใหญ่จะอยู่ในธุรกิจผลิต และส่งออก

ส่วนภาพรวมปี 2555 อสังหาริมทรัพย์ยังเติบโตได้ โดยอุปสรรคใหญ่คือแรงงานไม่มี ซึ่งมีการปรับตัวโดยนำเอาเทคโนโลยีก่อสร้าง หรือระบบก่อสร้างสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูป รวมถึงเครื่องมือก่อสร้างมาทดแทนการใช้แรงงานคน และทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น

ขณะที่ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ส่งผลให้ทุกอย่างชะลอตัวลง ผู้บริโภคกังวลว่าน้ำจะท่วมซ้ำอีก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม สำหรับในปีหน้า คอนโดมิเนียมยังเนื้อหอม เพราะมีความสะดวกสบาย ทำเลในเมืองคอนโดมิเนียมราคาอยู่ที่ 1-2 ล้านบาท ขณะที่ราคาบ้านสูง ซึ่งกู้เงินกับสถาบันการเงิน ผ่อนชำระเพียง 7,000-8,000 บาทต่อเดือน ไม่เป็นภาระหนักเกินไป โดยคาดว่าจะสามารถเติบโตได้


กลับขึ้นด้านบน