จัดหางานระบุ มีแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าต้ว เหตุขึ้นค่าแรง 300 บาท

จัดหางานระบุ มีแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าต้ว เหตุขึ้นค่าแรง 300 บาท

จัดหางานระบุ มีแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าต้ว เหตุขึ้นค่าแรง 300 บาท

รูปข่าว : จัดหางานระบุ มีแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าต้ว เหตุขึ้นค่าแรง 300 บาท

จัดหางานระบุ มีแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าต้ว เหตุขึ้นค่าแรง 300 บาท ผลพวงจากการประกาศขึ้นค่าแรง 300 บาท ทำให้ขณะนี้มีแรงงานที่ถูกเลิกจ้างมาลงทะเบียนว่างงาน และสมัครงานที่สำนักงานจัดหางานหลายจังหวัดมากขึ้นเป็นเท่าตัว ขณะที่แรงงานในจังหวัดชัยภูมิบางส่วน ต้องยอมเดินทางไปทำงานไกลในต่างอำเภอ หลังโรงงานยุบสาขาผลิต

โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าหลายแห่งในอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ต้องปิดตัวลงหลังไม่สามารถแบกรับภาระค่าแรงที่เพิ่มขึ้นได้ หลังรัฐบาลประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้คนงานกว่าครึ่งต้องย้ายไปทำงานในบริษัทสาขาในอำเภอหนองบัวแดง ซึ่งไกลออกไปอีกกว่า 50 กิโลเมตร แม้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น ขณะที่บางส่วนเลือกที่จะลาออก เพื่อที่จะไปหางานใหม่

ส่วนแรงงงานหลายพื้นที่ที่ถูกเลิกจ้าง ทยอยมาลงทะเบียนว่างงาน และสมัครงานที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา โดยนางอัญชลี สินธุพันธ์ จัดหางานจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า เฉพาะเมื่อวานนี้ (2 ม.ค.) มีผู้มาลงทะเบียนว่างงานถึง 181 คน และคาดว่าจะมีประชาชนมาลงทะเบียนสมัครงานเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เนื่องจากบางส่วนเลือกกลับมาทำงานในบ้านเกิดที่มีค่าแรงขั้นต่ำไม่แตกต่างกับในเมืองใหญ่

เช่นเดียวกับที่จังหวัดอุดรธานี มีผู้ว่างงานทยอยมาลงทะเบียนว่างงานอย่างต่อเนื่อง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอุดรธานี ได้เรียกเครือข่ายโรงงานเกือบ 4,200 แห่ง มาชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน เพื่อป้องกันผู้ประกอบการละเมิดกฏหมายแรงงาน โดยจะเฝ้าติดตามการดำเนินการของผู้ประกอบการในระยะยาว เนื่องจากหลายโรงงานอาจปรับลดสวัสดิการ ที่ผิดกฏหมายแรงงาน

ผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงยังทำให้เจ้าหน้าที่พื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดเชียงราย ต้องตรวจเข้มรถจากพม่า เพื่อป้องกันการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในไทย

ขณะที่นายปกรณ์ อมรชีวิน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ระบุว่า ธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบจากการปรับค่าแรง 300 บาท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ใช้แรงงาน เช่น สิ่งทอ, เสื้อผ้า และรองเท้า ซึ่งได้สั่งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 70 จังหวัด จับตาภาคธุรกิจที่เหล่านี้ รวมไปถึงธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเฉพาะ 29 จังหวัดภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีการปรับขึ้นค่าจ้างแบบก้าวกระโดด เช่น จังหวัดพะเยา, จังหวัดศรีสะเกษ, จังหวัดน่าน, จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดตาก หากพบว่าธุรกิจใดเกิดปัญหา ให้แจ้งต่อศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการให้พร้อมจ่ายอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละจังหวัด เพื่อเข้าช่วยเหลือ

ส่วนผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พบว่าตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน-พฤศจิกายน 2555 มีสถานประกอบการ 5 แห่งเลิกจ้างแรงงานจำนวน 1,776 คน


กลับขึ้นด้านบน