โรงงานตัดเสื้อผ้าจ.ศรีสะเกษ ปิดกิจการ หลังปรับขึ้นค่าแรง 300 บ.

โรงงานตัดเสื้อผ้าจ.ศรีสะเกษ ปิดกิจการ หลังปรับขึ้นค่าแรง 300 บ.

โรงงานตัดเสื้อผ้าจ.ศรีสะเกษ ปิดกิจการ หลังปรับขึ้นค่าแรง 300 บ.

รูปข่าว : โรงงานตัดเสื้อผ้าจ.ศรีสะเกษ ปิดกิจการ หลังปรับขึ้นค่าแรง 300 บ.

 โรงงานตัดเสื้อผ้าจ.ศรีสะเกษ ปิดกิจการ หลังปรับขึ้นค่าแรง 300 บ. การปรับขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ เริ่มส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมแล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดศรีสะเกษ พบว่ามีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าแห่งหนึ่งต้องปิดกิจการ ทำให้ลูกจ้างต้องตกงาน จากนโยบายขึ้นค่าแรงวันละ 300 บาท ของรัฐบาลครั้งนี้ ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่คาดการณ์ว่า จะเริ่มเห็นผลกระทบอย่างชัดเจนในช่วงสิ้นเดือนนี้

สุนีย์ สังวาลย์ แรงงานในอ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ต้องเร่งตัดเย็บเสื้อผ้า เพื่อส่งสินค้าให้กับอดีตนายจ้าง หลังถูกบอกเลิกจ้างเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยสถานประกอบการอ้างว่าได้รับผลกระทบจากนโยบายปรับขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศของรัฐบาล ค่าแรงวันละ 223 บาท คือรายได้ประจำที่สุนีย์เคยได้รับ แต่หลังถูกเลิกจ้างทำให้ขาดรายได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ คือการรับจ้างเหมาตัดเย็บเสื้อให้ได้มากที่สุด เพื่อให้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว

สุนีย์ เป็น 1 ในแรงงานทั้ง 71 คนที่ถูกเลิกจ้าง ซึ่งสถานประกอบการเดิมไม่ได้ลอยแพ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงาน จากเดิมเป็นการจ้างรายวันเปลี่ยนมาเป็นจ้างเหมา พร้อมกับให้แรงงานยืมเครื่องจักร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ผลพวงจากการถูกเลิกจ้าง ทำให้แรงงานกลุ่มนี้เร่งขึ้นทะเบียนประกันตนผู้ว่างงาน เพื่อให้มีสิทธิ์รับเงินชดเชยจากกฎหมายแรงงาน โดยแรงงานเหล่านี้จะได้รับเงินชดเชยร้อยละ 50 ของค่าจ้าง เป็นเวลา 6 เดือน ขณะที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดศรีสะเกษ ยืนยันจะเร่งติดตามค่าจ้างค้างจ่ายให้กับลูกจ้างโดยเร็ว

บริษัท นีโอดอร์น จำกัด เป็นสถานประกอบการแห่งแรกในจ.ศรีสะเกษ ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาท จากสถานประกอบการที่มีอยู่ทั้งหมด 1,749 แห่ง โดยแรงงานในระบบเกือบ 15,000 คน โดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนคาดการณ์ว่า ผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท อาจทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเริ่มขาดสภาพคล่อง และจะเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคแรงงานอย่างเห็นชัดเจนในช่วงสิ้นเดือนนี้


กลับขึ้นด้านบน