กสทช.ยืนยันสั่งปรับ 3 ค่ายมือถือวันละ 1 แสนบาท กรณีกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน

กสทช.ยืนยันสั่งปรับ 3 ค่ายมือถือวันละ 1 แสนบาท กรณีกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน

กสทช.ยืนยันสั่งปรับ 3 ค่ายมือถือวันละ 1 แสนบาท กรณีกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน

รูปข่าว : กสทช.ยืนยันสั่งปรับ 3 ค่ายมือถือวันละ 1 แสนบาท กรณีกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน

กสทช.ยืนยันสั่งปรับ 3 ค่ายมือถือวันละ 1 แสนบาท กรณีกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน กสทช.ยืนยันว่า การสั่งปรับเงินทางปกครองกับ ผู้บริหารค่ายมือถือทั้ง 3 เครือข่าย จากเหตุที่กำหนดวันหมดอายุในบัตรเติมเงินนั้น ได้แจ้งให้เอกชนรับทราบแล้ว ซึ่งหากเอกชนขอเจรจาอีก ก็จำเป็นต้องปรับตามมาตรการปกครองดังกล่าว

แม้ว่าที่ผ่านมาทั้ง 3 บริษัท ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค และทรู จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งปรับทางปกครอง วันละ 100,000 บาท แต่ กสทช.พิจารณาแล้ว เห็นว่า คำสั่งสำนักงาน กสทช.ชอบด้วยกฎหมายแล้ว และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้ใช้บริการ จึงได้แจ้งให้ทั้ง 3 บริษัท ยกเลิกการกำหนดวันหมดอายุในบัตรเติมเงิน และหากยังฝ่าฝืนอยู่ ก็จะกำหนดค่าปรับในอัตราที่สูงขึ้นต่อไป

ทั้งนี้ ทั้ง 3 บริษัท จะต้องจ่ายค่าปรับให้กสทช.เฉลี่ย รายละ 3,000,000 บาทต่อเดือน และหากคำนวณจนถึง วันที่ 3 มกราคม ทั้ง 3 บริษัท จ่ายค่าปรับเป็นเงิน จะต้องจ่ายเป็นเงินกว่า 52,800,000 บาท และหากผู้บริหารบริษัทเอกชนจะขอเข้าพบเพื่อเจรจาทาง กสทช.ก็ยืนยันว่า ยังต้องใช้คำสั่งปรับทางปกครองดำเนินการ เพราะที่ผ่านมาได้แจ้งและเจรจากันหลายครั้งแล้ว

ซึ่ง สารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เห็นว่า จำนวนเงินที่สั่งปรับมีมูลค่าน้อยมาก หากเปรียบเทียบกับความเสียหาย ที่เกิดกับผู้บริโภคมาหลายปี และบางคนโดนค่ายมือถือ ยึดเงินเข้าระบบตั้งแต่หลักร้อยจนถึงเป็นนับพันบาท และหากดูภาพรวมแล้วจะพบว่ามีความสูญเสียเกิดขึ้นปีละ 7,000 ล้านบาท จากการถูกยึดเงินเข้าระบบ

ปัจจุบันมีประชาชนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งหมดรวม 70 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้ 60 ล้านเลขหมาย หรือ ร้อยละ 90 เป็นประเภทเติมเติมเงิน ซึ่งมาตรการนี้ กสทช.ใช้บังคับตั้งแต่กลางปีที่แล้ว (55) แต่จนถึงปัจจุบัน ทั้ง 3 บริษัท ก็ยังไม่ยกเลิก การกำหนดวันหมดอายุในบัตรเติมเงิน


กลับขึ้นด้านบน