นักธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะมอบตัวสู้คดีค้ามนุษย์

นักธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะมอบตัวสู้คดีค้ามนุษย์

นักธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะมอบตัวสู้คดีค้ามนุษย์

รูปข่าว : นักธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะมอบตัวสู้คดีค้ามนุษย์

นักธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะมอบตัวสู้คดีค้ามนุษย์ นักธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล เข้ามอบตัวมอบตัวกับตำรวจ หลังจากถูกกล่าวหาพัวพันเครือข่ายผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ขณะที่ชาวโรฮิงญาและบังคลาเทศกว่า 100 คนในศูนย์พักพิงชั่วคราว อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ถูกทำประวัติและเตรียมถูกผลักดันกลับประเทศ

นายสมยศ อังโชติพันธุ์ นักธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล เข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี หลังจากเป็นผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ แต่นายสมยศให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา

ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งทำประวัติชาวโรฮิงญา บังคลาเทศและชาวเมียนมา จำนวน 117 คน ในศูนย์พักพิงชั่วคราวศาลาประชาคม ที่ว่าการอำเภอรัตภูมิ จ.สงขลา โดยทุกคนจะถูกสอบปากคำเพื่อคัดแยกว่าหลบหนีเข้าเมือง หรือถูกล่อลวงโดยเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ หากหลบหนีเข้าเมืองจะถูกดำเนินคดีและผลักดันกลับประเทศ แต่หากถูกล่อลวงโดยเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ก็จะให้การช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม แต่เบื้องต้นส่วนใหญ่เป็นชาวบังคลาเทศที่ต้องการเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย แต่ถูกกลุ่มนายหน้าปล่อยทิ้งและบางคนมีร่องรอยของการถูกทำร้าย

ด้านนายอารี อารีฟ ตัวแทนสำนักจุฬาราชมนตรี กล่าวว่า การจัดการหลุมฝังศพต้องสงสัยอีก 30 หลุม ที่คาดว่าจะเป็นหลุมฝังศพชาวโรฮิงญาใน ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตามหลักศาสนาอิสลามไม่อนุญาตให้ขุดหลุมฝังศพ แต่หากต้องการขุดมาตรวจพิสูจน์ในทางคดี หรือต้องการตามหาญาติก็สามารถทำได้

ส่วนที่ จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านขุนสมุทร ต.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อาจถูกใช้เป็นแหล่งพักพิงชาวโรฮิงญาและเจ้าหน้าที่พบบัตรประชาชนปลอมกว่า 10 ใบ จึงได้รวบรวมไปตรวจสอบ


กลับขึ้นด้านบน