พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ เริ่มกำหนดโทษ "ล้มกีฬา"

พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ เริ่มกำหนดโทษ "ล้มกีฬา"

พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ เริ่มกำหนดโทษ "ล้มกีฬา"

รูปข่าว : พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ เริ่มกำหนดโทษ "ล้มกีฬา"

พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ เริ่มกำหนดโทษ แม้จะมี พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ 2528 แต่ยังไม่ครอบคลุมถึงการส่งเสริมกีฬาอาชีพอย่างชัดเจน และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีกฎหมายที่กำหนดบทลงโทษกรณีการล้มกีฬา หรือ การล้มบอล เนื่องจากกีฬาอาชีพเกี่ยวเนื่องกับเรื่องเงิน ค่าใช้จ่ายและการพนัน จึงต้องแยก พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ ออกมาบังคับใช้โดยตรงซึ่งกำลังจะคลอดในเร็วนี้ โดยอยู่ในขั้นตอนการกลั่นกรองของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างหลังจากผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร และ สมาชิกวุฒิสภามารอบหนึ่งแล้ว ก่อนหน้านี้มีการทำประชาพิจารณ์ถึง 2 ครั้ง และ บุคลากรในวงการกีฬาโดยเฉพาะวงการฟุตบอลให้ข้อมูลที่น่าสนใจแก่คณะกรรมการในเรื่องการล้มบอลไว้ด้วย

นอกจากกีฬาฟุตบอล พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ ครอบคลุมกีฬาอาชีพทั้งหมด 13 ชนิด โดยมีการศึกษาแนวทางจากหลายประเทศเช่น เกาหลีใต้ อิตาลี และ เวียดนาม ยกตัวอย่างในกีฬาฟุตบอลการกีฬาแห่งประเทศไทยเเผยว่าขณะนี้มีเงินหมุนเวียนเฉพาะไทยพรีเมียร์ลีกถึง 10,000 ล้านบาทไปแล้ว ซึ่งแต่ละสโมสรมีการทำบัญชีหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท เมื่อเกิดเงินหมุนเวียนมากมายจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายคุ้มครอง ช่วยเหลือ และป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดขึ้น

เรื่องการล้มกีฬากำหนดไว้อย่างชัดเจนในหมวดบทกำหนดโทษ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างระบุไว้ในโทษทางอาญาทั้งหมด 5 มาตรา แต่จะยกตัวอย่างใน 4 มาตราที่น่าสนใจ มาตรา 63 ว่าด้วยการรับสินบนหรือประโยชน์ของนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการเพิ่มโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับหนักขึ้น 200,000-500,000 บาท ส่วนมาตรา 64 เป็นการกำหนดโทษของผู้ติดสินบนนักกีฬา โทษหนักเท่ากัน มาตรา 65 ระบุชัดเจนว่า ผู้ที่คิดสินบนผู้ตัดสินมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท

ขณะที่มาตรา 66 กำหนดโทษผู้ตัดสินที่รับสินบนหนักที่สุดโดยกำหนดโทษจำคุกต่ำสุด 1 ปี และสูงสุดถึง 10 ปี ปรับอย่างน้อย 300,000 บาท และสูงสุด 600,000 บาท ซึ่ง พ.ร.บ.นี้ให้ความสำคัญกับผู้ตัดสินไม่น้อยไปกว่านักกีฬา


กลับขึ้นด้านบน