ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำพิพากษาคดีสารตะกั่วปนเปื้อนลำห้วยคลิตี้พรุ่งนี้

ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำพิพากษาคดีสารตะกั่วปนเปื้อนลำห้วยคลิตี้พรุ่งนี้

ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำพิพากษาคดีสารตะกั่วปนเปื้อนลำห้วยคลิตี้พรุ่งนี้

รูปข่าว : ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำพิพากษาคดีสารตะกั่วปนเปื้อนลำห้วยคลิตี้พรุ่งนี้

ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำพิพากษาคดีสารตะกั่วปนเปื้อนลำห้วยคลิตี้พรุ่งนี้ การปนเปื้อนของสารตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ เป็นคดีสิ่งแวดล้อมที่ยืดเยื้อมากว่า 9 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการทำเหมืองแร่ และชาวบ้านต้องการให้หน่วยงานด้านการควบคุมมลพิษ เข้าฟื้นฟูแหล่งน้ำ หลังจากไม่สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้มานานกว่า 10 ปี พรุ่งนี้ (10 ม.ค.) ศาลปกครองสูงสุด จะนัดฟังคำพิพากษา

สภาพของลำห้วยคลิตี้ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ในปัจจุบันที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ปี 2541 หลังจากบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ปล่อยน้ำเสีย มีสารตะกั่วเจือปนลงในลำห้วย จนกระทั่งปี 2547 ตัวแทนชาวบ้านคลิตี้ล่าง 22 คน ตัดสินใจยื่นฟ้องกรมควบคุมมลพิษ ในฐานะไม่ควบคุมตรวจสอบการประกอบกิจการของบริษัทผู้ปล่อยมลพิษ เป็นเหตุให้ชาวบ้านได้รับความเสียหาย

กลางปี 2551 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า กรมควบคุมมลพิษ ล่าช้าในการฟื้นฟู และระงับการปนเปื้อนของสารตะกั่วในลำห้วย และละเลยต่อการทำหน้าที่เรียกเก็บค่าเสียหายจากบริษัทผู้ก่อมลพิษ ชาวบ้านได้ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้กรมควบคุมมลพิษ ดำเนินการฟื้นฟูลำห้วย ผ่านการพิจารณามากว่า 9 ปี วันพรุ่งนี้ (10 ม.ค.) ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้

ก่อนหน้านี้ กรมควบคุมมลพิษได้เข้าฟื้นฟูลำห้วยมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยใช้วิธีให้ธรรมชาติฟื้นฟูตัวเอง แต่หลายปีที่ผ่านมา ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ชี้ชัดว่า แนวทางฟื้นฟูไม่ได้ผล ชาวบ้านคลิตี้ จึงต้องการให้การฟื้นฟูลำห้วยจากนี้ มีแผนดำเนินงานภายใต้กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้ลำห้วย และสภาพนิเวศ กลับคืนสู่สภาพเดิม พร้อมทั้งเป็นไปตามมาตรฐาน และกฎหมาย โดยให้กรมควบคุมมลพิษ เรียกเก็บค่าใช้จ่าย และค่าเสียหายจากผู้ก่อมลพิษในภายหลัง


กลับขึ้นด้านบน