นักวิชาการ-แพทย์ แนะเก็บภาษีนำเข้าสารเคมีเกษตร ช่วยลดการใช้

นักวิชาการ-แพทย์ แนะเก็บภาษีนำเข้าสารเคมีเกษตร ช่วยลดการใช้

นักวิชาการ-แพทย์ แนะเก็บภาษีนำเข้าสารเคมีเกษตร ช่วยลดการใช้

รูปข่าว : นักวิชาการ-แพทย์ แนะเก็บภาษีนำเข้าสารเคมีเกษตร ช่วยลดการใช้

นักวิชาการ-แพทย์ แนะเก็บภาษีนำเข้าสารเคมีเกษตร ช่วยลดการใช้ ที่ผ่านมา ผักผลไม้ส่งออกของบ้านเรา ถูกสุ่มตรวจและพบการปนเปื้อนของสารพิษบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับตรวจพบตามท้องตลาดในประเทศ แต่เรื่องนี้ ก็ไม่ได้ทำให้มีมาตรการลดการใช้เกิดขึ้น ตัวเลขการใช้ และสถิติพบการปนเปื้อน ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อะไรคือปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์การใช้สารเคมีเกษตรในบ้านเรา ไม่ถูกพัฒนา

มีทั้งนโยบายด้านราคาของรัฐ และการระบาดของวัชพืชและแมลงตามฤดูกาล แต่อีกปัจจัย ที่ถือเป็นปัจจัยต้นทาง แต่ไม่ค่อยถูกพูดถึง คือการขึ้นทะเบียน และอนุญาตให้ขายสารเคมีเหล่านี้

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านเคมีภัณฑ์ทางการเกษตรในหลายพื้นที่เกษตรกรรมของบ้านเรา เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และการเติบโตนี้ ก็มาพร้อมกับกลยุทธ์ในการแย่งชิงฐานลูกค้า ขณะชื่อการค้าที่หลากหลายของสารเคมีเกษตร ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ก็ช่วยเพิ่มตัวเลือกให้กับเกษตรกร ผ่านกลยุทธ์สรรพคุณที่อวดอ้าง


 

ร้านค้าแห่งนี้ เป็นเพียง 1 ในกว่า 4,500 ร้านค้ารายย่อย ที่จำหน่ายเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ทั้งปุ๋ย ยา และเมล็ดพันธุ์  โดยรับมาจากผู้ค้าส่ง ที่มีอยู่กว่า 500 รายอีกทอดหนึ่ง ส่วนผู้ค้ารายใหญ่ รวมๆแล้ว ในบ้านเรามีอยู่กว่า 100 ราย โดย ทั้งรายใหญ่ ผู้ค้าส่ง และร้านค้าปลีก จะอยู่ภายใต้โครงข่ายของบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ 6 ราย ที่ครองส่วนแบ่งกว่าร้อยละ 70 ของตลาดสารเคมีการเกษตรของโลก

ที่น่าสนใจคือ บรรษัทที่มียอดขายทั่วโลกกว่า 3,000,000-6,000,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีเหล่านี้ ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าให้กับประเทศไทยแม้แต่บาทเดียว ที่เป็นแบบนี้ ก็มาจากนโยบายของรัฐ ที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรให้ใช้ปุ๋ยและยาในราคาถูก หรือลดต้นทุนให้กับเกษตรกรนั่นเอง

ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี เรียกร้องให้มีการเก็บภาษี จากกลุ่มบริษัทเหล่านี้ ทั้งภาษีเงินได้และภาษีนำเข้าสารเคมีเกษตร เหมือนภาษีสารเคมีในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งก็สอดคล้องกับความเห็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอันตรายจากสารเคมี มหาวทิยาลัยขอนแก่น ที่แนะนำให้มีการเก็บภาษีนำเข้า

อย่างที่ประเทศเดนมาร์ก เขาเก็บภาษีนำเข้าสารเคมีเพิ่มขึ้นทุกปี จนถึงร้อยละ 60 นั่นเป็นเพราะไม่ต้องการให้เกษตรกรในเดนมาร์กใช้สารเคมี ส่วนการเก็บนั้น จะเก็บในลักษณะของภาษีบาป เหมือนภาษีเหล้าและบุหรี่ โดยนำเงินที่ได้ ไปตั้งกองทุนรักษาผู้ป่วยจากพิษสารเคมีการเกษตร

อีกหนึ่งปัจจัยที่เอื้อให้เกษตรกรใช้สารเคมีได้ง่ายและแพร่หลาย คือการขึ้นทะเบียนให้ขายได้อย่างถูกกฎหมาย กลไกการขึ้นทะเบียนสารเคมีอันตราย และข้อเสนอเพื่อควบคุมการส่งเสริมการขาย ในทางกลับกัน ตัวเลขการใช้ และสถิติพบการปนเปื้อน ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อะไรคือปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์การใช้สารเคมีเกษตรในบ้านเราไม่ถูกพัฒนา


กลับขึ้นด้านบน