ช่างภาพเนชั่น เกิดอาการหน้ามืดล้มในรัฐสภา เหตุจากความดันโลหิตสูง แต่แพทย์ลังเลตัดสินใจส่งรพ.ล่าช้า

ช่างภาพเนชั่น เกิดอาการหน้ามืดล้มในรัฐสภา เหตุจากความดันโลหิตสูง แต่แพทย์ลังเลตัดสินใจส่งรพ.ล่าช้า

ช่างภาพเนชั่น เกิดอาการหน้ามืดล้มในรัฐสภา เหตุจากความดันโลหิตสูง แต่แพทย์ลังเลตัดสินใจส่งรพ.ล่าช้า

รูปข่าว : ช่างภาพเนชั่น เกิดอาการหน้ามืดล้มในรัฐสภา เหตุจากความดันโลหิตสูง แต่แพทย์ลังเลตัดสินใจส่งรพ.ล่าช้า

ช่างภาพเนชั่น เกิดอาการหน้ามืดล้มในรัฐสภา เหตุจากความดันโลหิตสูง แต่แพทย์ลังเลตัดสินใจส่งรพ.ล่าช้า ช่างภาพข่าวการเมืองเครือเนชั่น เกิดอาการหน้ามืดและหายใจไม่ออก ขณะทำข่าวอยู่ในรัฐสภา โดยมีรายงานจาก เพื่อนสื่อมวลชนในที่เกิดเหตุว่า ขอให้แพทย์ประจำรัฐสภามาดูอาการ แต่แพทย์ไม่ตัดสินใจนำรถฉุกเฉินออกไปส่งผู้ป่วย ซึ่งกลุ่มสื่อมวลชนเห็นว่า ทำให้เกิดความล่าช้าในการรักษาฉุกเฉิน

นายฉลาด จันทร์เดช ประธานชมรมช่างภาพการเมือง เพื่อนที่ปฏิบัติงานอยู่ใกล้กับนายสกล เปิดเผยว่า นายสกล ระหว่างส่งภาพข่าวกลับไปสถานี มีอาการหน้ามืด และสะดุดล้ม โดยบอกกับเพื่อนๆให้ช่วยพาไปห้องพยาบาล แต่ไปไม่ไหว เพื่อนๆ จึงตามแพทย์ โรงพยาบาลที่ประจำอยู่ที่อาคารรัฐสภามาดูอาการ

 
จากนั้นแพทย์ได้ถามถึงอาการทั่วไป  เช่น โรคประจำตัวและสิทธิ์การรักษาพยาบาล  ซึ่งในขณะนั้นอาการของนายสกลทรุดลงอย่างรวดเร็ว หน้าซีดและเริ่มหายใจไม่ออก เพื่อนจึงขอให้นำรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าประจำอยู่ที่รัฐสภาออกไปส่งผู้ป่วย
 
นายฉลาด ยืนยันว่า แพทย์บอกว่าไม่สามารถนำรถออกไปได้ เพราะไม่มีอำนาจตัดสินใจ สร้างความไม่พอใจให้เพื่อนๆ ของนายสกล 
 
หลังจากผ่านไปนานเกือบ 30 นาที จึงมีการประสานให้รถฉุกเฉินของโรงพยาบาลกลางเข้ามารับผู้ป่วยไปส่งแทน
 
ส่วนอาการของผู้ป่วย นพ.สามารถ ตันอริยกุล ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. เปิดเผยว่า อาการล่าสุดของนายสกล ก่อนจะนำตัวเข้าห้องผ่าตัด ยังน่าเป็นห่วง เพราะยังมีเลือดที่ซึมออกจากเส้นเลือดในสมองที่แตกไปกดทับแกนสมอง ทำให้แกนสมองได้รับความเสียหายมากกว่าครึ่ง
 
โดยก่อนหน้านี้ชีพจรหยุดเต้น แพทย์ได้ปั้มหัวใจจนกลับมาหายใจได้อีกครั้ง และขณะนี้ได้ชี้แจงกับญาติ ซึ่งอนุญาตให้ผ่าตัด เพื่อเอาก้อนเลือดที่แข็งตัวออก รวมทั้งใส่ท่อเพื่อดูดน้ำที่คั่งอยู่ภายในสมองออก
 
ด้านพ.อ.นพ.พีระพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ต้นสังกัดของแพทย์ที่ประจำอยู่ภายในรัฐสภาขณะเกิดเหตุ เปิดเผยว่า หลังจากที่สอบถามจากแพทย์ที่ดูแลนายสกล ยอมรับว่า ตัดสินใจผิดพลาดที่ไม่ได้นำรถไปส่งผู้ป่วย และได้ดูแลเต็มที่ พร้อมประสานงานเรียกรถพยาบาลจากโรงพยาบาลกลางมารับผู้ป่วย
 
ขณะที่นพ.ประจักษวิช เล็บนาค เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ระบุว่า จะขอตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตัดสินใจของแพทย์ในที่เกิดเหตุ เพราะโดยหลักปฏิบัติ หากประเมินแล้วอาการไม่อยู่ในขั้นวิกฤติ แพทย์สามารถตัดสินใจเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินเข้ามารับผู้ป่วยได้
 
ด้านนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา หลังทราบเรื่องได้ให้ที่ปรึกษา นำกระเช้าไปเยี่ยมอาการของนายสกล และยืนยันว่า ไม่มีนโยบายไม่ให้นำรถพยาบาลออกไปจากรัฐสภา และแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 


กลับขึ้นด้านบน