มูลนิธีชีววิถี เรียกร้องหน่วยงานด้านการเกษตรใช้เคมีเกษตร เท่าเทียมกับมาตราฐานการส่งออก

มูลนิธีชีววิถี เรียกร้องหน่วยงานด้านการเกษตรใช้เคมีเกษตร เท่าเทียมกับมาตราฐานการส่งออก

มูลนิธีชีววิถี เรียกร้องหน่วยงานด้านการเกษตรใช้เคมีเกษตร เท่าเทียมกับมาตราฐานการส่งออก

รูปข่าว : มูลนิธีชีววิถี เรียกร้องหน่วยงานด้านการเกษตรใช้เคมีเกษตร เท่าเทียมกับมาตราฐานการส่งออก

มูลนิธีชีววิถี เรียกร้องหน่วยงานด้านการเกษตรใช้เคมีเกษตร เท่าเทียมกับมาตราฐานการส่งออก  มูลนิธิชีววิถี เรียกร้องให้หน่วยงานด้านการเกษตรเข้มงวดการใช้เคมีเกษตรกับผักผลไม้ในประเทศ ให้เท่าเทียมมาตรฐานส่งออก หลังจากสหภาพลดระดับการสุ่มตรวจหาสารฆ่าแมลงตกค้างยุโรปในพืชบางประเภท ซึ่งสะท้อนว่าการคุมเข้มของไทยเป็นที่น่าพอใจ

สหภาพยุโรปลดระดับการสุ่มตรวจหาสารฆ่าแมลงตกค้างในผักกลุ่มถั่วฝักยาว, มะเขือม่วง, และพืชตระกูลกะหล่ำ จากไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.56 ซึ่งได้จะลดระดับสุ่มตรวจสารพิษตกค้างมาอยู่ที่ร้อยละ

20 จากเดิมร้อยละ 50  แต่เข้มงวดสุ่มตรวจโหระพา, ผักชี และพริกไทยไว้ในระดับเดิม
 
นางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับลดการสุ่มตรวจ เพราะสหภาพยุโรปเชื่อมั่นในผักผลไม้ไทย และจะทำให้มูลค่าการส่งออกสูงขึ้น
 
ด้านนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือ ไบโอไทย กล่าวว่า มาตรการภายในของไทย ทำให้การควบคุมผักผลไม้ส่งออก มีประสิทธิภาพ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดการใช้เคมีเกษตรในผักผลไม้ที่ปลูกเพื่อบริโภคภายในประเทศให้เท่าเทียมกับมาตรฐานผักผลไม้ส่งออก ซึ่ง ปัจจุบันมีเคมีปนเปื้อนในผักผลไม้สูง
 
จากข้อมูลสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ที่สุ่มตรวจสินค้าเกษตรกว่า 120,000 ตัวอย่าง ในกทม.และต่างจังหวัด ช่วงม.ค.- ก.ย. 55 พบผักผลไม้ปนเปื้อนประมาณ 1,800 ตัวอย่าง หรือเกือบร้อยละ 1.5 แต่ยังไม่เป็นที่น่ากังวล

 

กลับขึ้นด้านบน