กสทช.เตรียม 3 บริษัทมาหารือ หลังยังไม่ยกเลิกวันหมดอายุบัตรเติมเงินกว่า 6 เดือน

กสทช.เตรียม 3 บริษัทมาหารือ หลังยังไม่ยกเลิกวันหมดอายุบัตรเติมเงินกว่า 6 เดือน

กสทช.เตรียม 3 บริษัทมาหารือ หลังยังไม่ยกเลิกวันหมดอายุบัตรเติมเงินกว่า 6 เดือน

รูปข่าว : กสทช.เตรียม 3 บริษัทมาหารือ หลังยังไม่ยกเลิกวันหมดอายุบัตรเติมเงินกว่า 6 เดือน

กสทช.เตรียม 3 บริษัทมาหารือ หลังยังไม่ยกเลิกวันหมดอายุบัตรเติมเงินกว่า 6 เดือน เป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว ที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังไม่ยกเลิก กำหนดวันหมดอายุในบัตรเติมเงิน ตามคำสั่งของกสทช. ซึ่งวันพรุ่งนี้ กสทช.ได้เรียกผู้ให้บริการมาหารือ เพื่อให้ปฏิบัติตามประกาศของกสทช. รวมทั้งการสั่งให้จ่ายค่าปรับย้อนหลังกว่า 54 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีรายใดจ่าย ตั้งแต่ออกคำสั่งเมื่อกลางปีที่ผ่านมา

ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ยังกำหนดวันหมดอายุในบัตรเติมเงินมีทุกราย ได้แก่ เครือข่าย เอไอเอส, ดีแทค และ ทรู โดยวันพรุ่งนี้ (14ม.ค.56) กสทช.จะเรียกผู้ให้บริการทั้ง 2 บริษัท มาหาข้อสรุปร่วมกัน โดยจะมีกรรมการกสทช.ที่รับผิดชอบงานด้านกิจการโทรคมนาคม ร่วมหารือด้วย โดยที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ใช้บริการระบบบัตรเติมเงินมากถึง 70 ล้านเลขหมาย หรือคิดเป็นร้อยละ 90 จากจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์รวม 80 ล้านเลขหมาย

และหลังจากวันพรุ่งนี้ สำนักงานกสทช.จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่า พบการกำหนดวันหมดอายุในบัตรเติมเงินหรือไม่ ซึ่งหากยังพบอยู่ จะตั้งคณะกรรมการเพื่อกำหนดการสั่งปรับทางปกครองในอัตราสูงกว่า วันละ 1แสนบาท นอกจากนี้ ผู้ให้บริการต้องจ่ายค่าปรับทางปกครองย้อนหลังวันละ 1 แสนบาท ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฏาคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กสทช.ออกคำสั่ง จนถึงวันที่ 13 มกราคมด้วย

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เห็นว่า จำนวนเงินที่สั่งปรับ มีมูลค่าน้อยมาก หากเปรียบเทียบกับความเสียหายปีละ 7,000 ล้านบาท จากการถูกค่ายมือถือยึดเงินเข้าระบบ ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิ์ของประชาชน

สำหรับการออกคำสั่งปรับทางปกครองครั้งนี้ทั้ง 3 บริษัท จะต้องจ่ายค่าปรับให้กสทช.เป็นเงิน รายละ 3 ล้านบาทต่อเดือน และหากคำนวณจนถึงปัจจุบัน ทั้ง 3 บริษัทจะต้องจ่ายค่าปรับ เป็นเงินอย่างน้อย 54 ล้านบาท


กลับขึ้นด้านบน