ตร.จับ สจ.สตูล เอี่ยวคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา

ตร.จับ สจ.สตูล เอี่ยวคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา

ตร.จับ สจ.สตูล เอี่ยวคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา

รูปข่าว : ตร.จับ สจ.สตูล เอี่ยวคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา

ตร.จับ สจ.สตูล เอี่ยวคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ตำรวจจับกุมนายอาบู ฮะอุรา สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ โดยออกหมายจับผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาแล้ว 49 คน จับกุมได้ 15 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายจังหวัดภาคใต้ เร่งตรวจสอบสถานที่ที่ใช้เป็นแหล่งที่พักพิง

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงสรุปคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ว่าได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 49 คน สามารถจับกุมและอายัดตัวได้แล้ว 15 คน ซึ่งล่าสุดสามารถจับกุมนายอาบู ฮะอุรา สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดที่จับกุมและเข้ามอบตัว รวมถึงนายบรรณจง ปองผล นายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ ศาลได้อนุมัติคำร้องฝากขังและมีความเห็นเดียวกับพนักงานสอบสวนที่คัดค้านการประกันตัว
 
ทั้งนี้ ในส่วนของตำรวจภูธร 1 นาย และตำรวจตระเวนชายแดน 1 นายที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวนั้น ต้นสังกัดอยู่ระหว่างการทำเรื่องเสนอหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อให้ออกจากราชการเอาไว้ก่อน เช่นเดียวกับข้าราชการการเมืองส่วนท้องถิ่น ทั้งนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล โดยนายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยืนยันว่าได้เร่งรัดดำเนินการ และคาดจะมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งในวันนี้ (10 พ.ค.2558)

ส่วนผู้อพยพนั้น ขณะนี้อยู่ในความดูแลของทางการจำนวน 240 คน ซึ่งได้ทำการคัดแยกระหว่างผู้ที่ถูกกระทำจากขบวนการค้ามนุษย์ กับผู้หลบหนีเข้าเมือง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนพิจารณาร่วมกันในรูปแบบของคณะกรรมการ ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะที่นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลใน อ.เกาะลันตา อ.เหนือคลอง และ อ.คลองท่อม เพื่อป้องกันขบวนการค้ามนุษย์ลักลอบใช้สถานที่เป็นที่พักพิงชาวโรฮิงญา เช่นเดียวกับที่ จ.ระนอง ทหารเรือและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ชายฝั่งทะเลหลายจุดใน อ.กะเปอร์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ขบวนการค้ามนุษย์ใช้ในการเคลื่อนย้ายชาวโรฮิงญาเข้าสู่ประเทศ ส่วนเส้นทางรถไฟจาก จ.ชุมพร ลงสู่พื้นที่ตอนล่างของภาคใต้ ที่ขบวนการค้ามนุษย์ใช้ในการเคลื่อนย้ายชาวโรฮิงญา จากการตรวจสอบของทีมข่าวไทยพีบีเอสขณะนี้พบว่าขบวนการค้ามนุษย์ได้หยุดการใช้เส้นทางดังกล่าวในการเคลื่อนย้ายชาวโรฮิงญาเป็นการชั่วคราวแล้ว


กลับขึ้นด้านบน