มธ.เสวนา "ปัญหาเสรีภาพและความรับผิดชอบของสื่อฯ กรณีเหนือเมฆ2"

มธ.เสวนา "ปัญหาเสรีภาพและความรับผิดชอบของสื่อฯ กรณีเหนือเมฆ2"

มธ.เสวนา "ปัญหาเสรีภาพและความรับผิดชอบของสื่อฯ กรณีเหนือเมฆ2"

รูปข่าว : มธ.เสวนา "ปัญหาเสรีภาพและความรับผิดชอบของสื่อฯ กรณีเหนือเมฆ2"

มธ.เสวนา วันนี้(13 ม.ค.)มีความเคลื่อนไหวอันเนื่องมาจากการแบนละครเหนือเมฆ 2 ของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยช่วงบ่าย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการจัดเสวนา พูดคุยถึงปัญหาเสรีภาพและความรับผิดชอบของสื่อมวลชนจากกรณีที่เกิดขึ้น ขณะที่เมื่อช่วงเช้า ก็มีการรวมตัวของชาวสังคมออนไลน์ใส่หน้ากากเดินทางไปประท้วงที่หน้าอาคารมาลีนนท์ ให้ผู้บริหารชี้แจงการแบนละครดังกล่าว

สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 45 ที่ว่าเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นเครื่องช่วยประกันเสรีภาพของประชาชน ถูกหยิบยกขึ้นมาถกในเวทีเสวนาวิชาการเรื่องเหนือเมฆ 2 บทบาทและความรับผิดชอบของสื่อต่อสังคม โดยมีผู้ร่วมเสวนาจากหลากหลายอาชีพ เช่น รศ.เสรี วงษ์มณฑา ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชน นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล นักจิตวิทยาและอดีตผู้ดำเนินรายการช่อง 3 และอั้ม เนโกะ ตัวแทนนักศึกษา

แม้จะมีการแสดงออกทางความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป แต่ประเด็นหนึ่งที่เห็นร่วมกันคือการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน มีบทบาทและความสำคัญเพราะมีหน้าที่สื่อข่าวสารมายังเจ้าของประเทศ คือประชาชนโดยตรง ดังนั้นเมื่อสื่อไม่สามารถรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ก็เท่ากับเป็นการปิดกั้นประชาชนไปด้วย

โดยเฉพาะกรณีเรื่องการยุติการออกอากาศของละครเรื่องเหนือเมฆ 2 ที่นายวีรพัฒน์เชื่อว่าเป็นกรณีศึกษาด้านสิทธิเสรีภาพ เพราะหากประชาชนไม่สามารถมีสิทธิ์มีเสียงกับเรื่องนี้ได้ การแก้ไขปัญหาในระดับประเทศก็คงเป็นเรื่องยาก

ส่วน รศ.เสรี มีความเห็นว่า ช่อง 3 มีระบบกลั่นกรองหลายขั้นตอนกว่าจะอนุมัติให้ละครเรื่องใดเรื่องหนึ่งออกอากาศ จึงเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่น่าเป็นเพราะเนื้อหาละครไม่เหมาะสมตามที่ช่อง 3 ออกมาแถลงก่อนหน้านี้

ในขณะที่ช่วงเช้าของวันนี้(13 ม.ค.)มีกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงสวมเสื้อและหน้ากากสีขาว รวมตัวกันประท้วงเชิงสัญลักษณ์ภายใต้ชื่อกิจกรรม "ศรัทธา พลังแห่งความดี"ที่หน้าอาคารมาลีนนท์ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการระงับการออกอากาศละครเรื่อง เหนือเมฆ 2 และเรียกร้องให้นำกลับมาฉายต่อจนจบโดยไม่มีการตัดต่อหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหา

ซึ่งระหว่างนี้กำหนดเวลาให้ผู้บริหารช่อง 3 ทบทวนและแก้ไขการตัดสินใจเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ แต่หากไม่มีความคืบหน้าจะใช้มาตรการทางสังคมเช่นการงดชมช่อง 3 ในการเคลื่อนไหวต่อไป โดยในวันที่ 16 มกราคมนี้ กมธ.พัฒนาการเมือง สภาฯ จะนำเทปการออกอากาศมาพิจารณาเรื่องนี้ ร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง


กลับขึ้นด้านบน